แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - billcudror1122

หน้า: [1] 2
1

บุก รูปแบบของพุดตานต้นพุดตาน มีถิ่นเกิดมาจากเมืองจีน คนจีนมั่นใจว่าต้นพุดตานjเป็นไม้มงคล เนื่องจากว่าดอกพุuilดตานสuiามuilารถเปลี่ยนสีได้ถึง 3 สีภhtreายในวันเดียวบุก  เปรียบได้กับuiเปรียบได้ดั่งของชีวิตผู้ริเริ่มuilต้นyukykyเหมือน|ราวกับ|เสมือน}เด็yukกtyjtyที่เป็นผ้าขาว {แล้jtyวค่อย|และหลังจากนั้นก็ค่อยyukyukแล้วพอหลังจากนั้นก็ค่อย|และก็หลังจyuาkuกนั้นจึงค่อยyuilๆเจริญuiluiเyukติบโตพร้อมทั้งสีสันที่แต่งแต้มขึ้นมา เมื่ออายุมากขึ้นก็yluilพร้อมที่จะเปลี่ยนสีเป็นสีแก่จนกว่าไlio;ioด้เหี่ยio;วเฉาลงไป io;ioมั่นใจว่าต้นพุดตาyukนนี้ไio;ด้มีการนำเข้ามาปลูoกภายในเมืองไทยใyukkนตอนยุukyuครัตนโกสินทร์ kซึ่งเป็นช่วงๆkค้าขyukyuายกับชาวจีน โดยจัดเป็นพรรณไม้kyuyukyukพุ่มไม้ที่มีความสู;dfงประมาณoi; 5 oiเ;มตร ต้นบุก และกิ่kงมีขนสีเทา ต้tyjyukนพุดตานถูกใจอยู่yukที่โล่งแจ้ง ถูกใจyukแสงตะวันจัดๆ{ไม่ชอบt5kyku|เกลียด|เกลียดชัง|รังเกียจyukyuที่มีน้ำขังหรือที่แฉะ เจริญเติบuiluilโตก้าวหน้lาในที่ดอoio;น มีดิyukuiluiluiนร่วนซุย เพาะพันธุ์ด้วยkyyukyukyukrfyukแนวทางตอนกิ่งซม.แio;ละยาวluiโดยประมาณ 10-22 ซม.บพุดjtyjyตานดอกพุดตาน มีดอกซ้อนใหญ่งาม มีดอกตามซอกใบแuilละปลายกิ่ง เมื่อดอกบานขั้นแรuiulกบุก จะเป็นสีเขียว แล้วจะกลายเป็นสีชมพูแjytละสีแดงiultjytjyuil มีริ้วuiตกแต่งอยู่ 7-10 uilอันiulมีuilกลีบเลี้ยง 5 กลีบ มีขน ที่กลีบมีอีluiluiluiกทั้งแบบชั้นเดี่jtrยวและiulก็แบบทับyukน 2 ชั้jtyน กลีบดอกไม้จะเปลี่ยนสีไปตามuiอุณหภูมิขอluiงuiวัuiliulน โดยในเวลาเช้าจะเป็นสีขาว พอkyukกลางวันจะเปลี่ยนเป็นสีชมพู แล้วก็ช่วงเวลาเย็นจะเปลี่ยนเป็น ดอกพุดตานสามารiulถออกดอกได้ทั้liuluiuiงปี บุก ในดอกพุดตานจะมีilสารฟลาyuวนอยด์ ไกลโyukคไiuluiliซด์(Flavonoid glycosides) ขึ้นรถประเภuiliulทนี้จะมีปริมาณแปรไปตuilามสีของดอกเมื่อดอกบาน โดยสีแluiดงจะมีสารuilแอนโทไซยานิน (Anthocyauilnin) ในช่วงที่ดอกมีสีแดงเข้luiม โดยจะมีจำนวนเป็น 3 เท่าของตอนที่ดอกยังเป็นสีชมพูรูปพุดตานดอilกพุดตานผลพุดตาน luลักษtyjyณะของผลเป็นuilทรงกลม ขนาดประมาณ 2iul ซม. เมื่อผลแก่จะแตกออกเป็น 5 แฉulก ในผลมีเมล็ดบุก  ลักษณะก็จะคล้ายรูปไต มีขนuiยาวผลพุดตานโดยส่วนที่นำมาใช้เป็นยาสมุนไพรเช่น ใบ (ใบliuสดหรือใบตากแห้ง), ดอก (เก็บดอกได้ตอนเริ่มบานเต็มกำลัง), ราก (ใช้สดหรือตาliulกแห้งก็ได้ โดยสามารถเก็บได้ตลอด)l

Tags : บุก

2

กล้วยน้ำว้า ถั่วลันเตา คุณประโยชน์ทรงคุณค่า บำรุงสุขภาพแบบเน้นย้ำๆคุณประโยช์uilจาkyukกที่รอioให้io;คุณ|ให้uilาiluน}กล้วยน้ำว้าสัมผัส;กับผuilลดีดีๆเพื่อสุขrthภาพ มาทำความรู้จักกับผักประเภทนี้ให้เพิ่มมากขึ้น แล้วคุณจะหลงรักเจ้าผักrthจำพวกนี้จนuiงรีบหามารัiluilบuประทulานกัuilนอuilย่yukางด่วนมากมากเลย ถั่วลันเykuตา ภาษาอังกesrhtyษเรียกว่า Peas, Garden Peas หรือ Green Peas มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Pisum sativum uuililL. เป็นuiluilพืชใluiluiนตระlกูลถั่ว (Legumes) คาykyukดคะเนว่ามีต้นกำเนิดมาจากแถบประเทuikyukซีเรียและก็ประเทศตุรกีในปัจจุluiบันhs โดยมีrftluiการพบว่าเริ่มปลูกพืhrtชจำพวกนี้มาตั้งแต่ kyu8,00lui0-9,500tyjtyj ปีกลายkluil ชื่อของถั่วyukyukลันเตานั้นuiluiyukkพ้องเสียงfgjมาจากuyilาษาจีนแต้จิ๋'วที่เรีyukยuiuillกถั่วชนิดนี้ว่ากล้วยน้ำว้า ห่อหลั่นตา ซึ่งแสดงว่า ถั่วจากฮอลแลนด์ถั่วลันเตา  ทั้งนี้ลักษณะโดยธรรมjดาของถั่วลันเตาคือ เป็yhtjtนyksjไม้เลื้อย ลำuilต้นเล็กเป็นเหลี่ยม ใบมีuilลักษณะเป็นyukyukใบประกอบแบบขนdtkjyukyukluyl oi;op';opมีใบย่อย 1-tdjuyuillui4 คู่ ใบย่อยมีลักษuilะเyuiloiป็นรู้ครึ่งlegหนึ่งวuiลม หรือเป็นรูluiปuรี โคนใบกลม luiluilluiลluilายใบแหลม มีสีเขีilยวอ่อนถึงสีเkyuuiluilขียวเข้ม ดอกเป็นดอกแบบyjสมบูรณ์rsเพศ ผสมตนเองiuul ลักษliuณะเป็นแบบช่อกะlio;oiuจะ กลีบกลางสีขาวหรือขาวปนน้ำเงิน กลีบคู่ด้านsrhข้างสีขาว หรือมีtyแต้มสีม่วงแดงtj กลีบคู่ข้างล่างมีสีเtyhjดียวกัน โดยส่วนที่นิยมนำมhtาใช้uilถือผล ซึ่งมีลักuiuilษณะเป็นฝักถั่ว ภายในฝักdejkyukมีเมล็ดตั้งแiuo;-10uil เม็ดio;ามาulรถเอามารับปรiuoานได้{ทั้ง|อีกทั้ง|ทั้งยังyukฝักเมื่อyuยังเป็นtyjฝักอ่อน หรือจะนำเมล็ดแก่ออกyukจากฝักมารับประทานก็ได้ กล้วยน้ำว้าถั่วลันเตาเป็yukนิยมสูงด้วยเหตุว่ามีคุณค่าทางtyjของกินสูง โดtyยในเมyukjล็ดถั่วลันเตา uy100 กรัม uมีคุณค่าทางของluiluilaกินดังต่อไปนี้วyukกuiาวนอกเหนือจากที่จulะเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางอาหารสูงแล้ว ถั่วลันเตาเuiluองlก็ยังเป็นประโยชน์กับสุข'opภาพอีกมาก'pมาย กล้วยน้ำว้าก็เลยทำให้ถั่uilวประเภทนี้เปลี่ยนเป็นuiluilของกินliulที่มีดีpo'po'งครบถ้วนทั้งในด้านรสชาติที่หวlาoนกรอบ รวมทั้งการบำรุuiluilงสุขภาพ ซึ่งปulประkyukโยชน์ต่hjtyางๆที่ได้รัjytจาyukกถั่วลันเตามีดังนี้jtyค่ะ1. อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ไม่ว่าจะเป็นสาop'รฟลาโวนอยด์kykyuku แคโรทีนอยด์ กรดฟีopโนลิก kyuและก็โพลีฟีนuykyukอล ช่วยปyukกป้องไม่yuให้เซลล์ถูกทำkjyuลาย ลดกาop;รyukอักop';เสบ อันเป็นต้นเหตุขอio;งโรuilคภัยต่างๆเช่น โjyytjyรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคอัลไซเมอร์ รวมถึงช่วยชะลyklulอการเกิดuilulio;ริ้วรอยก่อนวัยอีกด้วย ทั้งยังยังมีวิตio;มินซี วิตuilามินอี รวมทั้งสังกะสีที่uilต่อสุขภulาพ

3

ขายว่านชักมดลูกชาวแคgoi/o/ลิฟอร์เนียเพาะปลูกองุ่นมานานมากกว่า 200 ปี ในศตวรรษที่ 17-บาทหลวงชาวสเปนเป็นคนแรกที่มีความคิดริเริ่มปลูกองุ่นใกล้กับโบสop';opo/ถ์ที่ทำขึ้น ต่อมาในศตวรรษที่ 18 นักขุดทองคำสามารถทำh,8i./erhเงินจากองุ่นได้มากกว่าการขุดจำหน่ายว่านชักลูกทองเสียอีก แค63ลิฟอร์เนียก็เลยกลายเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงสำหรับในการปลูกองุ่นตั้งแh,k8.8.ต่นั้นมาจนถึงปัจจุบันนี้เป็นเวลากว่า 200 ปีแล้ว ในปัจจุบัน คนอเมริกัน42426553บริโภคองุ่นโ'='-ดยเฉลี่ยราว 8-ปอนด์ต่อปี ซึ่งปริมาณร้อยละ 99 ขององุ่นมาจากรัฐแคลิฟอร์เนีย เหตุผลก็คือรัฐแคลิฟอร์เนียนั้นมีtju76eg4gดินที่อุ'-p'p'ดมสมบูรณ์ ป635ระกอ'p'บกับลักษณะของอากาศที่แห้งทำให้เห็นผลผลิตองุ่นที่มีรสชrhrtjrjilาติหวานที่สุด ที่ครองใจผู้=บริโภคอย่าp[งต่อ663เนื่องในเมืองแคลิฟอร์เนีย พวกเราประณีตบรรจงและใช้มาตรฐานเยอะที่สุดสำหรับกา369369รkj78ผลิตรวมทั้งเลือกสรรองุ่นทุกสายพันธุ์ นับจากการเพาะปลูก เก็6j6j6บผลิตผล บรรจุหีบห่อ แล้วก็39+9ขนส่งด้วยประ6'-j6สบการณ์อย่างผู้ที่มีคu,วj56juามชำนาญ เพื่อให้แน่ใจว่าองุ่นทุกเมล็ดที่คุณได้บริโภคนั้น สดใหม่ รวมทั้งอยู่ในภาวะที่ดีที่สุด
 องุ่น เป็นพืชยืนต้น6j6 มีลักษณะเป็นไม้พุ่มเลื้อย มีลักษณะเนื้อแข็งขายว่านชักมดลูกและมีลำต้น กิ่งถาวรอายุเกิน 1 ฤดู หากปล่อyrwh6ยให้เจริญวัยตามธรรมชาติจะเลื้อยเกาะก้านไม้ ใบกลมขอบหยักเว้าลึก 5 พู โคนใบเว้าเป็นรูปหัวใจ ดอกออกเป็นช่อแยกกิ้งก้าน ดอกย่อยขนrhj7y6jy7jาดเล็กสีเขียวมีหมวก จะหลุดอ85อกเมื่อดอกบานกลีบดอกไม้เมื่rrhอบานสีขาว โคนเชื่อมติดกัน ปลายแยก 5 กลีบ เป็นผลโดดเดี่ยวที่ออกเป็นพวง (เป็นผล67k78l6ลำพังที่เกิดจากดอกช่อแต่ดอกไม่หลอมรวมกัน) ผลย่อยรูปกลมรีแล้วก็ชุ่มฉ่ำขายว่านชักมดลูก[/u]น้ำ มีผิวนวลเกาะแล้วก็รสหวาน มีสีเขียว63, ม่วง77แดงและม่วงดำสุดแต่ชนิด ในผลมีเมล็ดราวๆ 1 - 4 เม็ด
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : จำหน่ายว่านชักมดลูก

Tags : ขายว่านชักมดลูก

4

ขายส่งพริกไทยดำ ฟักข้าว เป็นยังไง ฟักข้าว เป็นพืชไม้เลื้อยอยู่ในวงศ์แตงร้านtrjและก็มะระ มีชื่ui;lio;o'อสามัญว่า Spring Bittulerfrki;op Cucujmber เป็นพืชที่ขึ้นตามรั้วบ้ulาน ห'op'opรือตามต้นไม้ต่างๆมีมือเกาะคล้ายกับตำลึง ใบเป็นรูปหัวใจp[p[คล้ายใบโพธิ์ io;op'p[uขอบของใบหยักเว้าลึกเป็นแฉก io;i;;3-5rjy แฉก ดอกจะมีสีขาวพริกไทยดำราคาถูกแกมเหลือง กึ่งกลางมีสีน้ำตtjyาลปนtkuiliulo;ม่วง ฟักข้าว   ผลของi;ฟักข้าว 2 ลักษณะ คือ ทรuilงi;ioกลม'io' และทรงรี ผลกลมๆจuilะยาวประมาluณ 4-6 ulซม. ขายส่งพริกไทยดำเเคปซูลส่วulนผลy;po';าวโp['ดoio;iประมาณ 6-10 ซม. หากยังพริกไทยดำราคาถูกได้;oi'ผลสำเร็จ;op;opอ่อน;opอยู่ ผลdejuykจะมีสีเขียวอมเหลืp[p[อง มีหนามถี่ๆอยู่รอบผล แต่ว่jtyjkrาเมื่อสุกขายส่งพริกไทยดำเเคปซูลp[''p['แล้ว ผลจะมีสีแดkylง หรือแดงอมส้มพริกไทยดำราคาถูก รวมทั้งขายส่งพริกไทยดำเเคปซูล[]'หากผ่าผลฟักkuiข้าวออกดูด้lานใน ก็จะเห็ulนulเมล็ดเยอะมากเulรีlยงหน้ากันเหulมือนเululมล็''ดแตง แop'ต่ละlulผลหนักราวๆ ul0.5-2 โล คนจำนop'วนไม่น้อยที่อยู่พริกไทยดำราคาถูก{ต่างจังuวัดul|ulชนulบท|บ้านนอกulบางครั้งก็อาจจะไม่คุ้นชื่อกับขายส่งพริกไทยดำเเคปซูล "ฟัulาว" แulต่คุณอาจจะคุ้นกับชื่อที่เรียกกัrtนใน{jrjท้องถิ่น|แคว้น|เขตแดนp' tyย่างจังluหวัดจังหวัดปัตตานี จ5htyะเรียก "ฟักข้าว" ว่า "ขี้กาเครือ6tklk" จังหวัดตาก จะluเรียกว่า "ผักข้าว" จังหวัดแพร่ uluเop'รียก "มะข้าว" ฯลฯคุณประโยชน์ของฟักข้าว ผลจิ๋ว ulคุณประโยulชน์เจ๋ง ul   เห็นหน้าค่าตารู้จัก "ulฟักข้าp['ว" กันไปแล้ว ลp['งมองกันบ้างดีกว่า ว่า "ฟักข้าวyuk" นำไปทำปulระโยชน์อuilะไรได้บ้าง ที่เห็นกระiulจ่างๆเลยก็คือ คนนิยมนำผลอ่อนของฟักข้าวมาทำกับข้าวขายส่งพริกไทยดำเเคปซูล เพราะรสของฟักข้าวอjyukuiloiyร่อยออกขมนิดๆแม้กระนั้นนุ่มลิ้น แu'ล้วก็เพราะว่า "ฟักข้าว" เป็นพืชที่มีฤulkทธิ์เย็นเช่นเดีopยวกับพืชเครือญาติแตง การกิน "ฟักข้าว"po จึงช่วkยejลดiuli;p[ความร้อนในร่างกายได้ด้วย ซึ่งวิธีio;ทำอาหารจาก "ฟักข้าo'ว" ก็ไม่ได้ยาก'opอะไร แค่นำ "ฟักข้าว" มา'opวก หรือต้มให้สุri;op'ก แล้วจิ้มกินกับน้ำพริกjyk หรือใส่ไว้ภio;ายในแกง อย่างเช่น แกงเลีย'oง แกงส้ม ก็ได้เมนูp'อร่อยเด็ดi;oอีกจานแล้วฟักข้าว  io;lแล้วรู้ehtyjtyjkไหมว่า มองเห็น "ฟัulกข้าว" ผลเล็][กๆแบบนี้ขายส่งพริกไทยดำเเคปซูล แต่พริกไทยดำราคาถูกมีสรรพคุณulเด็ดๆhtuklyจำนวo;นiมากเลยล่ะพริกไทยดำราคาถูก โi;ดยเฉพาะผลอ่อนของฟักข้าวที่มีทั้งวิตามินซี แคลเซียม เหล็ก ไฟเบอร์ แม้oi;p'กระนั้นสารอาหารที่มักพบใน "ฟักข้าว" ก็คือ เบต้าแคโรทีน โดยพบว่า เยื่อเม็ดของฟัก;p'ข้opาวมีปริมาณเบต้าแคโรทีนสูงขึ้นยิ่งกว่าแครอทถึง 10 เท่าเชียวนะ ซึ่งสารตัวulนสารเริ่มต้นของวิตา.rsjnมิน ซึ่ส่วนขายส่งพริกไทยดำเเคปซูลช่วยบำรุงรักio;ษาสายi;ตาได้อย่างดี และก็ยังพริกไทยดำราคาถูกปฏิบัติภารกิจเสมือนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ

Tags : พริกไทยดำราคาถูก

5

ขายกวาวเครือเเดง ธาตุเหล็ก สารอาหารที่ช่วยปรับปรุงสมองให้ลูกน้อยธาตุเหล็ก เป็นสารอาหารที่ร่างกาgmnuyj,ยปรารถนาไม่มากมาย แม้กระนั้นมีความymfthrtหมายในการพัฒนาสมองสูง เหล็กเป็นธาตุประเภทหนึ่งซึ่งมีความจำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือดแดงให้กับร่างกาย rnuykพวกเราจึงพบว่า จำหน่ายกวาวเครือเเดงหากขาดธาตุเหล็83กแล้วตัวจะdbdytซีด h,เมื่อพวกเรากินอาหารที่มีธาตุเหล็ก ธาตุu,oyejเหล็กก็จะกระจัดกระจายไปสู่ไขกระดูก รวมทั้งเม็ดเลือ873983ดแดงที่ไหลเวียนไปทั่วร่า832งกายปฏิบัติหน้าที่นำออกซิเจh,นไปสู่เซลล์ต่างๆdmuj6ทั่วร่างกายนอกจากไปแล้ว ธาตุเหล็ก ยังเป็นองค์ปtymkuyl,ระกอบสำคัญของสารสื่อประสาท ช่วยในการพัฒนาสมองของเด็ก มีบทบาทรอดูแgm,ลความชำนาญด้านการรับรู้แล้gmtyวก็การเรี39ยนจำหน่ายกวาวเครือเเดงโดยy,muy,tเหตุนี้หากลูกน้อยขาดธาตุเหล็ก ก็จะมีปัญหาปki/oiระเด็นการคo9iyวามก้าวหน้าuy.ขายกวาวเครือเเดงที่เกิดจากการเรียนรู้ได้เช่น54เดียวกันจ้ะเด็กแบเบาะที่คลอดปกติในวัยทารก-6 เดือนจะได้รับ ธาตุเหล็ก จากคุณแม่ตั้งแต่ตอนที่อยู่ใน83ท้o/p['[อง32 เก็บสะสมไว้ใ527ช้8 รวy/u/oมทั้งส่วนใfndtดส่วนหนึ่งได้มาจากน้ำนมของม่383าม้าด้วย ซึ่งเพียงพออยู่y;uแล้ว  ส่วนทารกที่คลอดก่อdmk87tli;นกำหนดหรือมีน้ำหนักi.p0i'ทารกน้อย คุณหมอจะชี้แนะให้กินธาตุเหล็กเสริมควบคู่กับนมแม่เด็กแรi/;.po['pกคลอดหลังจาก 6 เดือน เป็นต้นไป เด็กจะเริ่ม238ทานอาหารเสริม ทำให้ทานนมแม่ในจำนวนที่ต่ำลง รวมทั้ง7l89นมแม่เองก็เริ่มมีธาตุเหล็กrfki8tlต่ำลงด้วยเหมือนกัน ด้วยเหตุผลดังกล่าวถ้าหากเด็กได้รับธาตุเหล็กน้อยเกินไป จะทำให้เด็กซีดเซียว เจริญเติบโตไม่สมวัย ฉะนั้นขายกวาวเครือเเดงในมื้ออาหารเสริมม่าม้าควรจะให้ลูกได้รับธาตุเหล็กในปริมาณที่เพียงพอด้วยเช่นกันrjtr76

Tags : ขายกวาวเครือเเดง,จำหน่ายกวาวเครือเเดง,ขายกวาวเครือเเดง

6

สมุนไพรบัวบก กระเฉด ผักกรุบกรอบ ที่ขึ้นชื่อว่า มีกลิ่นชินปากมากพอพอเหมาะพอควร บางคนก็ถูกใจกิน บางบุคคลก็เลี่ยงที่จะรับประทาน สังเกตุกล้วยๆเวลากินยำวุ้นเส้น ยำyรวมมิตร จะมีคนที่ไม่ใส่ผักกระเฉดสมุนไพรบัวบก  เนื่องจากว่ารังเกียจul;pi;o'oที่ใบมันติดฟั[น หรือไม่ก็กลิ่นออกจะแรง แต่สำหรับคนที่ถูกใจ นี่สารพัดจะเลือกรายการอาหารเพื่อได้tkjtykมรส แล้วก็ความกรุบกรอบขอiulง['p['ผักกระเฉดนี้pกระเฉดนัuilบว่'p['า;oiเป็นผักน้ำuilชนิดulหนึ่ง ลำuilต้นทอดเสมอผิวน้ำ ระหp'ว่p[า'งtdjykyข้อปล้องของผักกรuilะเฉดyukจะมีกรehะเปาะ หรือที่เรียyuกว่านม ลักษณkluilะก็จะคล้ายsejykp;op;op;uyฟองน้ำห่อuiอยู่ทำop;ให้ioลอยน้ำไoi;ด้ ผักจำพวกio;นี้มีluชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งที่ไม่เคyukยได้ยินสักมากแค่ไหนu;lว่uyukilา "ผักkyuรู้|ทราบ}นukyอน"กระเฉดอุดมdkuyคุณประโยuilชน์ ธาตุและukyukyukามินผักtyกuilระเฉดนั้นuilนำมาiulประกอบtอkkuiาหารuilไopด้io;oopo';poลาก;op;หลายio;ประเภท จะยำ;'op ;กoop'p'งส้ม หรือ'opio;uluilค่นำop'ไปiopoผัดไฟแดงก็อ'opร่อย;io;อย่op'าบop'อกผู้ใuilดกัน ซึ่งคุณประโยชน์yukoi;;ที่ได้รับ'po['มาจากกระเฉดนั้นก็มีเยอะมo;op'op'าก นับว่oukp'เป็นผักyukที่สารพัดธาตุ และก็วิตามินที่ดีต่อางกายทั้งนั้นใบกระเop'io;ฉด 10p[o'0 กรัม จะประกอบด้วยoi';แคลเoi;ซียมสูงถึง 38op'7 yukมิลลิกรัม มีเบตาแคโรทีน 4op'78 ไมoโครyukกรัม มีธาตุเหop'ล็ก 5.3 มิลลิกรัมp'op' มีวิตามินบี3, 3.2 yukมิลลิกรัมyuk วิตามินซี 34 มิลลิกรัม แล้วก็สมุนไพรบัวบก เส้นใยอาหาร 3.8 กรัม po'[p[ซึ่งสารอาหารทั้งปวงจะมีคุณค่าต่อสภาพทางด้านร่างกาย โดย...วิตามินซี - มีความสำคัญกับตา ช่วยpในการ|สำหรัuliuบการ|สำหรับในการ|สำหรับเพื่อlyilการ}มองเห็นโดoyki;lยเฉพาะอย่างยิ่งภาวะที่มีแสงน้อย นอกเหนือจากนี้ยังช่วยทำp['ให้ระบบilyulyภูมิคุ้p['มกันปฏิบัติงานอย่างเป็นปกติ และที่สำคัญยัง'p['สำหรับเพื่อการก้าวหu;opi'p'น้าโตรวมทั้ง ช่วยในระบบสืบพันธ์ ไม่ได้อยากเป็นหมันก็ทดลองทานผักกระเฉดมองแคลเซียม - สร้างเสริมkyukกระดูกรjyuวมทั้งฟันt ปกป้องภาวการณ์op;กระดูกพรุน อีกทั้งยังส่งผลให้กล้า;opมปฏิบัติงานสม่ำเสมอธาตุเหล็ก - มีความจำเป็นต่อการผลิopตเม็ดเลือด ถ้าเกิดขาดธาตุp['เ;op;หล็ก อาจจะก่อให้เกิดภาวะโลหิตจางได้เบตาแคโรทีน - ช่วยคุ้มครpo';opองปกป้องการเกิดอนุมูลอิสระ ต้นเหuilตุของโรคมะเร็ง และp['ก็ช่วยต่อต้านความเหี่ยวย่นของผิวพรร;rjณ ไปจนตราบเท่าถึงความเสื่อมโทรมของอวัยวะสำคัญข้jyukางในวิตามินบี3 - ที่เป็นสารต้านอนุมูลopอิสระ Antioxidaop'nt ช่วยต่อทำลายพิษหรือ ท็อกสิ'opopนจากมลภ;opาวะ ลด'ใจ|เย้ายวyulkนใจ|ยั่วยวนใจ}แล้วก็รวมตัวกัykบน้ำนำมาซึ่ง'ของเหo'ลวลักษณะเสมือนเจลระหว่างวิธีการย่อยสมุนไพรบัวบก  รวมทั้งยังช่วยเพิ่มปริมาตรyjขนาดของของกินโดยไม่o'เพิ่มแคลอรี่ ลดปริมาณของคอเลสเตkioอรอลแล้วก็ไขมัน LDL ทำให้ลดความเสี่ยงสำหรับเพื่lio;อการเป็นโรคเกี่ยวกับเส้นเkyuลือดหัวใจอีกด้วyสรรพคุjtyณขrthองผักกระเฉดไม่opเพียงแต่ประโยชน์ด้านโภชนากา'รเพียงแค่นั้นtrjytuk ผักกระเฉดยังจัดเป็นสมุนไพรด้วย โดยตามตำราสมุนไพรไทยแล้ว กระเฉดจะเป็นยาเย็น ช่วยดับพิษopร้อน ถอนพิษไข้ ถอนพิษเบื่อเมา คุ้มครองโรคตับอักเสบ แล้วop'ก็ยังมีop'สูตรยาโบopราณ ที่นำกร'pะเฉด สมุนไพรบัวบก ตำผสมกับเหล้าแล้วหยอด'บริเวณฟันที่o'p'ปวด ซึ่งมั่นใจว่าสามารถทุเลาลักษณะของการป'opวดฟันได้

7

ขายยากษัยเส้น ทำความรู้จักตำลึงก่อนอื่นพวกเรามารู้จะตำลึงกันก่อนดีมากกว่า ตำลึงมีชื่อเรียกว่า แคเต๊าะ(แม่ฮ่องสอน) ผักแคบ(ภาคเหนือ)  ผักตำนิน(อีสาน) มีลักษณะเป็นไม้เลื้อย คลานตามjtyรั้ว เป็นเtykjuilถาเลื้อยที่มีมือจับ uo;opเพื่อเกาะerhtyjtrยึดหลักต้นไpo';ม้อื่นๆป็นio;ยากษัยเส้นราคาถูกใบop'[คนเดี]'[pยวขายส่งยากษัยเส้นเเคปซูลสลับกันไปตามเถาtyjykluli ฐานใบรูปหัวใจ ปลายใบแหลม ขอบของใบขายส่งยากษัยเส้นเเคปซูลหยักแบบฟันเลื้อยตื้นio;ๆหยักเว้า 5 แฉก เส้นใบแยกจากโคนใบที่จุดเดียวกัน 5-7 เส้น ใบกว้jykuาง 3-4 เซนติเมตร ก้านใบยาว 3-5 ซม. ดอกสีขาว เป็นดอกuilulคนเดียilว มี 2 เพศjty เพศผู้และเพศเมียจะอยู่คนละต้น ถ้าuilกิดสัluiงเกตดูจtyเห็นคlulวามไม่เหมือนoi;ul;io;กันขายส่งยากษัยเส้นเเคปซูลตำลึง3;op อันตรายจากตำลึง เลือกไ;op;ม่op'ดีระวังลูกท้องร่วง ตำลึงตัวผู้ ตำลึulงตัวเมียไม่เหมือน;กันเช่นไรอันตtjtjจาก;ตำลึงยากษัยเส้นราคาถูกประโย;ioชน์จาo;ioกytjตำลึงในส่วp;opนของยอดตำลึง ปริมาณ 100 กรัมjtyj'op จะประกอบไปio;โดยโปรตีน 3.3 กรัม วิตามินบี 1 0.17 กfแคลเซีulม 126 มก. ธาตุฟอสฟอรัuilส 30 มก. ธาตุเหล็uil 4.lutj6 มิลลิกรัม ไนอาซีน 1.2iul;io; มิลuiluliรัมuilมก. วิตามิulนซี 13 มก.ยากษัยเส้นราคาถูก ใยอาหาuio;kyร 2.2 กรัม แล้tjวก็เบต้าแคkiuluiloiรtทีนสูงถึงio 699.8;8 ไมโครกรัมยิ่งไปกว่านี้ ใบของตำลึrehtreยังมีสรรพคุณขายส่งยากษัยเส้นเเคปซูลทางยาที่ช่วยสำหรับในการดับพิioษร้อน ถอนพิษไข้ แก้ตัio;วtjร้อน ขายส่งยากษัยเส้นเเคปซูลแก้อาการปวดilแสบปวดร้อนช่วยขับพิษในลำไส้ ช่i;วยคุ้มครองท้องผูกtyj ยากษัยเส้นราคาถูกช่วยปกป้องการเป็นตะคิว ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโrtลหิต และช่วยทำนุบำรุtjงนมแม่ ถ้าเป็นkuyเป็นแก่หน่อย จะช่iklioวยลดน้ำiolioตาลในเลือดจะมอio;งเห็นไiolด้ว่าคุณค่าทางอtyjาหารมากขนาดนี้ ตำลึงจึงเหมาะสำหรับการนำมาปรุrhtyukuilงอาหารสำหรับiolแม่ตั้งท้องยากษัยเส้นราคาถูก แม่lioให้นม รวมถึงของกินสำlioliหรับเด็กด้วย แม้กระนั้ioนอย่างที่บอกไว้ข้างต้นว่าใบตำลึงอาykจะส่งผลให้ลูกtyjน้อยuloท้องเสียได้ ถ้าultหากคุณแม่ไม่ระวังเ;นื่องจาtjกkuyใบตำลึงที่มักนิยมเอามาทำเป็นอาหารนั้นจะเป็นตำลึงเพศภรรยา ส่วนตำลึงเพศผู้เมื่อรับประทานเข้l;opาไปlioจะrfhjก่อให้อีกทั้งเด็กและคนแก่กำเนิดอาการขายส่งยากษัยเส้นเเคปซูลท้องเดิน สำuluilหรับคนแก่ท้องเดินยังไม่ค่อยน่ากังวลยากษัยเส้นราคาถูกเท่าไหร่ o;iแม้กระนั้นสำหop'รับเด็กตัวเล็กๆtjแล้วล่ะก็คงไม่ดีtjแน่ๆเพราะว่uilาใบตำลึงเพtykผู้มีฤทopธิ์iuทางยาที่สูงกว่านั่นเองจ้ulะ โดยเหตุนี้ยากษัยเส้นราคาถูก ก่อนที่คุณแม่จะนำใuilบตำลึงหรือยอดuอ่อนตำลึงมาขายส่งยากษัยเส้นเเคปซูลทำครัวใlห้ลูกกินuilควรสังเกตให้ดีๆ

Tags : ยากษัยเส้นราคาถูก

8

ขายตรีผลา ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ไม้ใหญ่เขตร้อน  สูง 7-12 เมตร เปลือกต้นเป็นtjtjสีเทาหรือสี;jdhtrmtjน้ำตาลแดง ผิวเรียบ ทรงykyukพุ่มไม้tjtyjtjแผ่ขยายytjulyejtออกกระจายtjแบบไม่มีรูปร่างแน่ๆtjtjtj ใบประกอบแบบขนปลายคี่ ใบย่อยออกตรงข้าม 6 – 8 คู่ ก้านใบtyjykยาว ใบจำหน่ายตรีผลา หนา เรียบลื่น สีเขียว ใบย่อยเป็นรูปไข่ค่อนข้างจะเรียjtวแหลม jtปลายใบแหลมt โtjykukykคนใบแหลtjม ขอบใบหยักบjางส่วน จำหน่ายตรีผลาดอกออกเป็นช่tjtอแบบช่ykuiljtliอแยกกิ้งก้านตามปลาtjtjยtjยอด  เป็นดอกแบบtykudejntjtjสมบูรณ์เพศคล้ายช่อjดอกมะม่วง ดอกย่อยขtjtjนาดเล็กมากมาย สีขาวอมเขียวขายตรีผลา กลีบดtjtjอก 5 กลีบ ฐานรykuikuองดอtjกเป็นtjtjสีเหลือง ผลสดเป็นtjรูปไข่หรืtjtอรูปกระสวย ออกเป็นพวง มียางเป็นจุดๆuilktyjluuiบนผิว ผลอ่อนเป็นสีเขียวเข้ม ส่วนผลแก่เป็tyjyukนสีเขียวอมเหลือง สุกแtjล้วเป็นสีส้ม ขนtjาดกว้าtjง 4 – 5.tjtyyuej5 ซม. ยาว 5.5 – 7.5 เซนติเมตร  มีเมือกtjtjหุ้มผลที่jyjytjukuปอกเปลือกแล้ว เนื้อใjtjนเป็นสีขtjาวอมเขียว  มีเส้นใยหยาบๆtjล้ายtjtjหนามแทรกอยู่  รสเปรี้ยวอมtหวานมันแjtjล้วก็กรอบอร่อย ด้านในผลมีกะลาu,u,u,uที่มีเส้นtjtyjใยหยาบๆเหมือนหนามโดยรอบหุ้มห่ออยู่ ข้างในกะลามีเม็ดระหว่u,u,ui,uาง 3-5 เม็ดขายตรีผลา ลักษณะของเมล็ดเป็นทรงกลมรีบ้านเกิด ในทวีปเอเชียการขยายพันธุ์ ,u,uเพาะกล้าจากเม็ด รวมทั้งการตอนกิ่ง,u,

Tags : ขายตรีผลา

9

ทับทิม
การกินเพื่อสุขภาพ
ทับทิม สุดยอดราชินีแห่งผลไม้ เป็นประโยชน์ทั้งต้น
การกินเพื่อสุขภาพ
ทับทิม สุดยอดราชินีที่ผลไม้ มีคุณประโยชน์อีกทั้งต้น
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ราวๆเวลาการอ่าน: 2 นาที
แชร์บทความนี้
ทับทิมได้ผลไม่ที่นิยมกินกันมาก และก็ลือชื่อในเรื่องของคุณประโยชน์ที่มากมาย จนได้รับสมญาว่า ราชินีแห่งผลไม้ กล่าวกันว่าทับทิมนั้นคือผลไม้ที่ถูกประยุกต์ใช้ในวงการแพทย์มาแล้วนับพันปี ในตอนนี้ทับทิมนับว่าเป็นผลไม้ที่นิยมปลูก แล้วก็รับประทานกันทั้งโลก สามารถหารับประทานได้ง่ายในประเทศไทย พินิจได้จากร้านค้าขายน้ำทับทิม หรือผลทับทิมสด ที่แทบจะมีอยู่ตามถนนหรือทุกตลาดในประเทศไทย
ประโยชน์ของทับทิมมีมากมายก่ายกอง ในเรื่องของสารอาหาร รวมทั้งการคุ้มครองโรค
วิตามินซีสูงมาก
ทับทิมถือเป็นผลไม่ที่มีวิตามินซีสูงมาก ในน้ำทับทิมเพียงแต่ 1 แก้ว มีวิตามินซีถึงจำนวนร้อยละ 40 ของปริมาณที่พวกเราอยากได้ในหนึ่งวัน (สำหรับคนแก่) ด้วยจำนวนวิตามินซีที่สูงในระดับนี้จึงมีสรรพคุณในการลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหวัด หรือแพ้อากาศได้อย่างยอดเยี่ยม
ช่วยบำรุงรักษาผิวพรรณ
การรับประทานทับทิมสด หรือน้ำทับทิมนั้น จะช่วยทำให้ผิวพรรณของเราดูผ่องใส เหตุเพราะทับทิมเป็นผลถึงที่เหมาะมีคุณประโยชน์สำหรับเพื่อการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยสำหรับการชะลอวัย ลดการเกิดริ้วรอยในผิวของพวกเรา แล้วก็ด้วยปริมาณวิตามินซีที่สูงจึงช่วยในเรื่องทำให้ผิวกระจ่างขาวสวยใส นอกจากนี้พวกเรายังสามารถใช้น้ำทับทิมราว 1 ช้อนชา ทาบริเวณบริเวณใบหน้า ทิ้งไว้ 10 นาทีแล้วล้างออก จะช่วยสำหรับในการบำรุงผิวหน้าให้ดูเต่งตึงเยอะขึ้นเรื่อยๆได้อีกด้วย ผลดีในข้อนี้ของทับทิมสามารถยืนยันได้จากการที่ในตอนนี้ มีเครื่องสำอางหรือครีมหลายชนิดได้นำทับทิมไปเป็นส่วนประกอบ
เส้นเลือดและก็หัวใจดีขึ้น
ในทางการแพทย์มีการศึกษาค้นคว้าแล้วพบว่าทับทิม มีคุณประโยชน์ช่วยสำหรับในการทำให้การไหลเวียนของเลือดดียิ่งขึ้น ลดภาวการณ์ขาดเลือดในคนไข้โรคหัวใจ นอกเหนือจากนี้ยังพบว่าคนที่มีความดันเลือดสูง เมื่อกินน้ำทับทิมวันละ 50cc จะช่วยลดความดันโลหิตได้ร้อยละ 5 ช่วยลดสภาพการณ์การแข็งตัวของไขมันในเส้นเลือดได้อีกด้วย
ลดการเสี่ยงสำหรับเพื่อการกำเนิดมะเร็ง
เพราะว่าเป็นผลไม้ที่มีค่าการต้านอนุมูลอิสระที่สูง ก็เลยช่วยลดความเสี่ยงในการกำเนิดโรคมะเร็งได้อย่างดีเยี่ยม มีการวิจัยพบว่า การรับประทานทับทิมช่วยลดจังหวะการเกิดโรคมะเร็ง ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์ของมะเร็งถึง 13ช นิด แล้วก็ยังสามารถช่วยทำลายเซลล์มะเร็งในหลอดของกิน รวมทั้งลำไส้ได้อีกด้วย
ผลดีอื่นๆของทับทิม
นอกจากคุณประโยชน์หลักที่กล่าวไปในข้างต้นแล้ว ทับทิมยังมีสรรพคุณอื่นอีกเพียบเลย ไม่ว่าจะเป็น ช่วยทุเลาอาการแพ้ท้องในหญิงมีท้อง ช่วยทำให้สมดุลในวัยหมดระดู ลดการเสี่ยงในการเป็นโรคความจำไม่ดีในคนแก่ ป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน เสริมสุขภาพกระดูกลดการเสี่ยงสำหรับการเป็นโรคกระดูกพรุน ปกป้องการเสื่อมสรรถภาพทางเพศ ลดการตกขาว กล่าวได้ว่ามีคุณประโยชน์จำนวนมากจริง
 เว้นเสียแต่ส่วนที่เรานิยมรับประทานกันอย่างเม็ดแล้ว ส่วนประกอบอื่นของทับทิมก็มีคุณประโยชน์ไม่แพ้กัน ทั้งเป็นยาแล้วก็สมุนไพร
ใบ: สามารถทำน้ำยาบ้วนปากหรือล้างตาได้ ยาพอกที่ทำจากใบสามารถช่วยบรรเทาอาการผมหล่นได้อย่างยอดเยี่ยม
เปลือก: ลดการเกิดริ้วรอยในผิวของเราใช้รักษา แผลหิด กากโรคเกลื้อน มีคุณประโยชน์เกี่ยวกับการดูแลและรักษาโรคในทางเดินอาหาร ดังเช่นรักษาอาการท้องเดินได้
เปลือกของลำต้น และก็ราก: สามารถเอามาทำเป็นยาถ่ายพยาธิได้อีกด้วย โดยนำมาผสมกับกานพลู และก็อาจใส่ดีเกลือต้มกับน้ำประมาณสามถ้วย มีคุณประโยชน์ในการถ่ายพยาธิ
ดอก: มีคุณประโยชน์สำหรับในการสมานแผล รวมทั้งบรรเทาอาการอักเสบของหูชั้นใน
ทับทิมนับว่าเป็นผลไม้ที่มีคุณประโยชน์ในทุกส่วนของต้น ไม่ใช่ก็แค่เมล็ด หรือน้ำทับทิม ก็เลยไม่สนเท่ห์ใจเลยที่ทับทิมจะได้รับฉายาว่า "ราชชินีแห่งผลไม้"
โรคและอาการอื่นๆตัวอย่างเช่น โรคเส้นเลือดหัวใจ การหย่อนสมรรถนะทางเพศ เจ็บกล้ามเนื้อข้างหลังการออกกำลังกาย กรุ๊ปอาการอ้วนอ้วน โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก เยื่อบุช่องปากอักเสบ ผิวไหม้จากแดด การติดเชื้อทริวัวโมแนส (Trichomoniasis) ท้องเดิน โรคบิด เจ็บคอ โรคริดสีดวงทวาร อาการวัยทอง รวมทั้งอื่นๆยังควรต้องทำการวิจัยศึกษาค้นคว้าเสริมเติมเพื่อหาหลักฐานเกี่ยวกับคุณภาพและก็ความปลอดภัยของทับทิมสำหรับการรักษาโรค
ความปลอดภัยสำหรับการรับประทานทับทิมหรือสินค้าจากทับทิม
โดยธรรมดาการรับประทานน้ำทับทิมค่อนข้างจะมีความปลอดภัย แต่ว่าในบางรายที่มีลักษณะอาการแพ้ผลสดของทับทิมอาจเกิดผลข้างเคียงจากการดื่มน้ำทับทิมได้
รากทับทิมประกอบด้วยสารที่เป็นพิษต่อสุขภาพร่างกาย การรับประทานรากแล้วก็ลำต้นของทับทิมในจำนวนมากอาจไม่ปลอดภัย
สารสกัดจากทับทิมออกจะไม่เป็นอันตรายสำหรับเพื่อการรับประทานหรือนำมาใช้กับผิวหนัง แต่ว่าอาจจะเป็นผลให้เกิดอาการแพ้นิดหน่อยในบางราย ได้แก่ อาการคัน บวม น้ำมูกไหล หรือหายใจติดขัด
การกินน้ำทับทิมออกจะมีความปลอดภัยสำหรับหญิงตั้งครรภ์หรืออยู่ในตอนให้นมบุตร แม้กระนั้นยังไม่มีรายงานยืนยันความปลอดภัยสำหรับการรับประทานหรือใช้ทับทิมในต้นแบบอื่น อย่างเช่น สารสกัดจากทับทิม จึงควรขอคำแนะนำหมอก่อนการรับประทานทุกคราว
น้ำทับทิมอาจจะเป็นผลให้ความดันโลหิตลดต่ำลงนิดหน่อย ซึ่งอาจจะเป็นผลให้คนป่วยที่มีสภาวะความดันต่ำอาการแย่ลง

คนที่มีลักษณะอาการแพ้จากพิษพืชอาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการแพ้จากการรับประทานทับทิม
ผู้ป่วยที่จะต้องเข้ารับการผ่าตัดควรจะหยุดกินทับทิมอย่างต่ำ 2 อาทิตย์ เนื่องมาจากทับทิมนำมาซึ่งการทำให้ความดันเลือดต่ำลง จึงบางทีอาจกระทบต่อความดันเลือดในขณะผ่าตัดหรือมีผลต่อเนื่องไปยังข้างหลังการผ่าตัด
การกินทับทิมพร้อมกันกับยาบางชนิดอาจส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาระหว่างยา ดังเช่นว่า ยาที่เกี่ยวกับการทำงานของตับโดยเอนไซม์ตับ Cytochrome ประเภท P450 2D6 หรือประเภท P450 3A4 ยาลดระดับความดันโลหิตหรือเอซีอี อินฮิบิเตอร์ ยารักษาโรคความดันเลือดสูง ยาโรสุวาสแตติน ผู้ที่กินยาเป็นประจำหรือมีโรคประจำตัวควรขอความเห็นแพทย์ก่อนการรับประทานเพื่อความปลอดภัย http://www.disthai.com/

10

น้ำมันเหลือง เป็นอย่างไร ?
น้ำมันเหลือง ยาแผนโบราณจากพืชสมุนไพรคุณภาพเลิศ ทำจากพืชสมุนไพรจำพวกต่างๆกัน สรรพคุณที่ใช้ดม ทา นวด เพื่อทุเลาอาการต่างๆสรรพคุณนี้ไม่เป็นรองยาแผนปัจจุบันเลยทีเดียว
การใช้นำมันนวดตามจุดต่างๆ
การนวดน้ำมันเหลืองเป็นวิธีในการดูแลสภาพผิวและก็สุขภาพที่ขอแนะนำเป็นการนวด ที่สกัดจากสมุนไพรแล้วก็พืชต่างๆที่อุดมไปด้วยประโยชน์ที่ดีต่อร่างกาย โดนการนำสารสกัดกลิ่นและก็เนื้อน้ำมันพวกนั้นมานวดตามจุดต่างๆของร่างกายด้วยกลิ่นหอมหวน แล้วก็สัมผัสของของน้ำมันที่เต็มไปด้วยธรรมชาติจะเข้าไปช่วยกระตุ้นระบบต่างๆของร่างกาย ลดความเครียด ทำให้เราผ่อนคลาย รวมถึงช่วยในเรื่องของความชุ่มชื้นและผิวพรรณให้ดูดีขึ้นด้วย วันนี้พวกเราจะพาไปดูคุณประโยชน์ซึ่งมาจากการนวดน้ำมันว่าเป็นประโยชน์ในด้านใดบ้าง
โรคนี้จะไม่สามารถหายไปได้เอง!
โรคต่างๆเกี่ยวกับข้อจะไม่อาจจะหายขาดได้เอง แม้ว่าอาการที่แสดงออกมาจะรุนแรงลดน้อยลงก็ตาม แล้วก็สุดท้ายก็จะแปลงเป็นโรคเรื้อรังรวมทั้งก่อให้เกิดความลำบากสำหรับเพื่อการดำเนินชีวิตเพิ่มมากขึ้น
เมื่อปล่อยให้เป็นแบบนี้ไปเรื่อยปัญหาเรื่องข้อที่มีอยู่ก็จะลุกลามไปกระทั่งทำให้มีแค่เพียงการผ่าตัดเท่านั้นที่จะเป็นทางออกเดียวที่ช่วยได้
ในบางครั้งที่เป็นรุนแรงมากจึงควรแปลงข้อต่อทั้งหมดทั้งปวงด้วย
ความเจ็บปวดมีเพียงจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
การผ่าตัดสามารถเลี่ยงได้
ฟื้นฟูข้อต่อของคุณให้รวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำเป็นในขณะที่โรคยังไม่ได้แพร่กระจายเหลือเกินนัก
  แพทย์พื้นเมืองหรือการแพทย์แผนไทย ยอมรับในสรรพคุณอันแสนวิเศษของยาแผนโบราณตามตำรายาสมุนไพร ตำรับเก่าแก่วัดโพธิ์หรือวัดพระเชตุพนบริสุทธิ์มังคลาราม ซึ่งเป็นยาสมุนไพรแผนโบราณขนานเอกที่มีชื่อเสียงมีชื่อเสียงรวมทั้งได้รับความเชื่อใจในการรักษาโรคมานานมากแล้ว สมกับคำที่กล่าวไว้ว่า "นวดแผนโบราณ ยาแผนโบราณ หนังสือเรียนยาสมุนไพร จำเป็นต้องวัดโพธิ์ ภูมิปัญญาของชาวไทยตลอดชาติของบรรพบุรุษไทย"
ศิลป์ที่งามของการนวดได้ทวีความร้ายแรงมากขึ้นด้วยการนวดน้ำมันบางมาก. น้ำมันนวดแต่ละคนมีคุณสมบัติรักษาโรคต่างๆที่มีเพื่อให้บริการด้านต่างๆสำหรับในการรักษาร่างกายและจิตใจของคุณอีกด้วย. เลือกน้ำมันที่เหมาะสมที่สุดสำหรับสิ่งที่ต้องการส่วนตัวของคุณแล้วก็ผ่อนคลายร่างกายของคุณด้วยการนวดผ่อนคลายรวมทั้งฟื้นฟูอย่างสม่ำเสมอ, เพื่อที่จะรักษาความสมดุลทางใจวิญญาณของคุณและสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงที่สุดของร่างกายของคุณ.

  • คุณประโยชน์มีอะไรบ้าง ?


คุณประโยชน์ของน้ำมันเหลือง สมุนไพรนั้น มีมากมายทีเดียว
ทุเลาอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล เป็นหวัด แก้วิงเวียนศีรษะ หน้ามืดเหมือนจะเป็นลมเป็นแล้ง
แก้เคล็ดลับขัดยอก ฟกช้ำดำเขียว ทาแก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย ปวดบวม
ทาท้องเพื่อขับลมด้านในท้อง
ทาแก้ผดผื่น ตุ่มคัน
ทาก่อนนอนทำให้หลับง่ายมากยิ่งขึ้น จิตใจสงบ ผ่อนคลาย ทาถูนวดฝ่าตีน ไล่เลือดลม
ใช้ทาแก้ เหน็บชา ตะคริว ปวดสันหลังปวดบั้นเอว ปวดหัวเข่า ปวดขา ฟกช้ำ ปวดกล้าม สูดดมแก้อาเจียน เวียนหัว โรคหอบหืด แล้วก็ไซนัส
- ทุเลาอาการตาลายหัว หน้ามืด คล้ายจะเป็นลม
- แก้เคล็ดลับขัดยอก ถอนพิษแมลงสัตว์กัดต่อย
- ทาท้องเพื่อขับลมภายในท้อง
- ทาแผลมีดบาด ทาแก้ผื่นผื่น
- ทาก่อนนอนช่วยให้หลับง่ายขึ้น
- ทุเลาอาการคัดจมูก เนื่องด้วยหวัด
น้ำมันเหลืองผลวิจัยจากมหาวิทยาลัยบอสตันเปิดเผยว่า คนไข้โรคมะเร็งระยะแพร่กระจายที่ได้รับการนวดตัว จะสามารถนอนเจริญขึ้น ทุเลาลักษณะการเจ็บปวด รวมทั้งมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นด้วย ซึ่งสอดคล้องกับผลที่เกิดจากการวิจัยของ Memorial Sloan-Kettering Cancer Center in New York City ในปี 2004 ที่เปิดเผยว่า คนเจ็บโรคมะเร็งระยะแพร่กระจาย จะทรมาทรกรรมจากอาการเจ็บปวดน้อยลง คลื่นไส้น้อยครั้ง หรือไม่อ้วกเลย รู้สึกแจ่มใสขึ้น ความดันดีมากยิ่งกว่าเดิม แล้วก็เครียดจากลักษณะของการป่วยลดน้อยลง ภายหลังได้รับการบำบัดด้วยแนวทางนวด
การเลือกน้ำมันนวด
การเลือกน้ำมันเหลืองขึ้นกับการใช้แรงงาน รวมทั้งคุณประโยชน์ต่างๆของน้ำมันเหลืองแต่ละชนิด โดยส่วนใหญ่น้ำมันรากฐานที่นิยมนำมาผสมทำน้ำมันเหลือง เช่น น้ำมันที่ทำขึ้นมาจากเมล็ดทานตะวัน ฯลฯ ซึ่งมีวิตามินอี สูงกว่าน้ำมันที่ทำจากถั่วเหลือง รวมทั้งน้ำมันเมล็ดข้าวโพดถึง 3 เท่า วิตามินอี ปฏิบัติหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ดักจับ และก็ทำลายของเสียที่ทำร้ายเซลล์ต่างๆของร่างกาย ช่วยทำให้ผิวพรรณเต่งตึง ลกไขมันในเส้นโลหิต คุ้มครองป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง ยิ่งไปกว่านี้น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวันยังมีกรดไขมันไม่อิ่ม กรดไลโนเลอิกสูง ซึ่งเป็นกรดไขมันที่จำเป็นจะต้องต่อสุขภาพร่างกาย อีกทั้งยังช่วยให้ผิวพรรณนุ่มชุ่มชื่นกระชุ่มกระชวย
โดยดังนี้น้ำมันแต่ละประเภทจะมีคุณลักษณะ รวมทั้งคุณประโยชน์ที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้ให้สมควรตามการใช้แรงงาน
วัสดุ วัสดุอุปกรณ์
1.เมนทอล 300 กรัม
2.พิมเสน 100 กรัม
3.การบูร 100 กรัม
4.หัวไพลแก่จัด 200 กรัม
5.น้ำมันงาบริสูทธิ์ 50 กรัม
6.กระทะสำหรับทอดหัวไพล
7.ภาชนะสำหรับผสมสาร อย่างเช่น ขวดใส่กาแฟ ขวดแก้ว
วิธีทำ
1.ล้างหัวไพลให้สะอาดตากให้แห้ง หั่นเป็นชิ้นเล็กๆตากแห้ง
2.ทอดหัวไพลในน้ำมันงาโดยใช้ไฟอ่อนๆทอดไปจนถึงน้ำมันเป็นสีเหลือง เสร็จแล้วใส่สมุนไพรครั้งละตัวทอดแม้กระทั่งหมดฟองยกลงจากเตากรองเอากากทิ้ง
3.นำส่วนประกอบ 3 ประเภท ในอัตราส่วนที่กำหนดหมายถึง(เมนทอล 3 ส่วน พิมเสน 1 ส่วน พิมเสน 1 การบูร 1 ส่วน )เทผสมรวมกันในภาชนะสำหรับผสมสาร
4.ใช้ไม้พายเล็กคนให้ส่วนประกอบทั้งสิ้นละลายเป็นของเหลว (ถ้าหากไม่ใช่ไม้คนบางทีอาจใช้แนวทางการเขย่าขวดให้ส่วนประกอบละลายก็ได้
5.เติมน้ำมันที่สกัดจากหัวไพลลงไป คนให้เข้ามาเป็นเนื้อเดียว
6.น้ำมันเหลืองที่ได้บรรจุขวดปิดฝาให้แน่น
สรรพคุณน้ำมันเหลือง เป็นผลิตภัณฑ์ ที่คนส่วนใหญ่นิยมทำใช้คุ้นเคย เพราะสมุนไพรหาได้ง่าย ใช้ทาแก้อัมพาต เหน็บชา ปวดสันหลังปวด บั้นเอว ปวดเข่า ฟกช้ำ ปวดกล้าม ดมแก้คลื่นใส้ ตาลาย หอบหือ รวมทั้งไซนัส

11

สมุนไพรเมื่อย
เมื่อย Gnetum montanum Markgraf
บางถิ่นเรียกว่า เมื่อย (จังหวัดตราด) ม่วย (เชียงราย อุบลราชธานี) มะม่วย (เชียงใหม่) แฮนม่วย (เลย)
ไม้เถา เนื้อแข็ง กิ่งเป็นข้อต่อกันแล้วก็ตามข้อจะบวมพอง ใบ ลำพัง เรียงเป็นคู่สลับตั้งฉาก ใบรูปขอบขนานปนรูปไข่ มีขนาดไม่เหมือนกันมากมาย แต่กว้างไม่เกิน 12 เซนติเมตร ยาวไม่เกิน 20 เซนติเมตร ปลายใบเป็นติ่งแหลม โคนใบกลม มน หรือ แหลม ขอบของใบเรียบ เนื้อเรือใบแข็งครึ้ม หรือ ค่อนข้างจะดก เมื่อแห้งสีออกดำ เส้นใบโค้ง ก้านใบยาว 1-1.5 เซนติเมตร ดอก ออกเป็นช่อที่ปลายยอดและตามลำต้น สมุนไพร ช่อดอกแตกกิ่งก้านสาขามา แยกเป็นช่อดอกเพศผู้แล้วก็เพศเมีย ดอกเรียงเป็นชั้นๆรอบแกนกลาง ช่อดอกเพศผู้ กว้างราวๆ 0.4 ซม. ยาวประมาณ 3 ซม. แต่ละชั้นมีราว 20 ดอก ช่อดอกเพศเมีย แต่ละชั้นมี 5-7 ดอก ผล รูปรี กว้างราว 1 ซม. ยาว 1.5 เซนติเมตร เมื่อสุกสีแดง ก้านผลอ้วน ยาวประมาณ 0.2 เซนติเมตร

นิเวศน์วิทยา
: ขึ้นในระดับค่อนข้างสูงจากน้ำทะเล 50-1,800 ม. เจอในทุกภาคของประเทศ เว้นเสียแต่ภาคกลาง
คุณประโยชน์ : ราก น้ำสุกรากกินแก้พิษบางจำพวก และแก้ไข้มาลาเรีย

12

ถั่งเช่า
คุณหรือคนรัก.......มีลักษณะอาการ/เป็นโรค เหล่านี้อยู่หรือเปล่า?
-ถั่งเช่า น้ำตาลในเลือดสูง เบาหวาน ความดันเลือด ไขมันเกิน หรือ โคเลสเตอคอยเกิน
-เหนื่อยปฏิบัติงาน เหนื่องาย หรือมีปัญหาการนอนภูมิแพ้ โรคหอบหืด ภูมิแพ้ หรือภูมิต้านทานอ่อน
-รู้สึกว่าร่างกายเสื่มไว แก่เร็ว หรือผิวเสียเร็ว
-โรคไต มะเร็ง ได้รับทำเคมีบำบัด/ฉายแสง(รวมถึงผู้ที่ไม่ได้อยากต้องการเป็น)
-โรคหัวใจ
ถั่งเช่า ทั้งปวงนี้มีต้นเหตุที่เกิดจาก การไม่ดูแลสุขภาพ การใช้ชีวิตไม่ถูกแนวทาง พันธุกรมม หรือมีสาเหตุมาจากความเสื่อมถอยของร่างกาย
ในนี้ พวกเราจะมาดูกันว่า..........
งานศึกษาวิจัยจากทั้งโลกชี้ว่า ถั่งเช่าสมารถช่วยโรคหรืออาการพวกนี้ได้จริงหรือปล่าว?
รวมทั้งท่านที่ยาก.....
-แก่ยืนแข็งแร็ง
-ต้องการบำรุงสุขภาพแล้วก็ความจำ รวมทั้งบำรุงเลือด ร่างกายรวมทั้งอวัยวะภายใน
-ไม่ต้องการป่วย รวมทั้งต้องการสมุนไพร ไกลห่างจากโรคภัยน่าขนลุก ที่เป็นต้นเหตุการเสียชีวิตลำดับต้นๆของไทย
ถั่งเช่าช่วยโรคความดัน
-งานศึกษาเรียนรู้ทดสอบที่แคลิฟอร์เนีย พบว่าถั่งเช่าสามารถปรับสมดุลความดันโลหิตได้ด้วยหลายกลไก โดยมีทั้งยังกลไกลทางตรงรวมทั้งทางอ้อม
ถั่งเช่าช่วยลดโคเลสเตอคอยลไขมันในเส้นโลหิต
-ที่สถาบันวิจัย NEL Biotech ประเทศเกาหลี พบว่าถั่งเช่าสกัดสามารถลดจำนวนโคเลสเตอรอคอยลในเลือดของหนูทดลองได้
ถั่งเช่าแก้อิดโรยง่าย อ่อนล้าเพลีย ช่วยทำให้มีชีวิตชีวา ทำงานได้นานขึ้น สู้งานได้มากขึ้น
-ได้มีการทดสอบในกลุ่มคนที่มีลักษณะเมื่อยล้าได้ง่าย 53 คนให้26คนทานถั่งเช่า 3 กรัมต่อวัน อีก 27 คนทานยาที่ไม่มีสารออกฤทธ์(กรุ๊ปควบคุม)หลังจากผ่านไป 3 เดือน กรุ๊ปที่ทานถั่งเช่าหายจากอาการอ่อนล้าง่ายได้ถึง 92% ส่วนกรุ๊ปควบคุมหายเพียง14%(5)
ถั่งเช่าช่วยให้หลับดี/หลับลึกขึ้น
-จากการให้หนูรับประทานสาร coydcepin ที่เจอในถั่งเช่า 4 ชั่วโมงก่อนนอน รวมทั้งทำการวัดคลื่นสมอง ทำให้ทราบว่าหนูหลับลึกขึ้น และเป็นหลักฐานขึ้นฐานรากว่า Cordycepin สามารถช่วยมีปัญหาเกี่ยวกับการนอนได้
ถั่งเช่าลดภูมิแพ้/โรคหอบหืด/ไซนัสปักเสบ
-ถั่งเช่าช่วยทำให้ปรุงคุณภาพชีวิตของคนเจ็บอาการหอบหืดเรื้อรัง จากการทดสอบจากกรุ๊ปผู้ป่วยโรคหอบหืด 120 คน 60 คนทานถั่งเช่าเป็นระยะเวลา 3 เดือน อีกกลุ่มได้ทานยาหลอก พบว่าหลุ่มได้รับถั่งเช่ามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น(จากการทดลอง AQLQ)อย่างเป็นจริงเป็นจัง เทียบกับกรุ๊ปที่ได้รับยาหลอก ข้อสรุปคือถั่งเช่าช่วยโรคหอบหืด ปอด และก็ลดการอักเสบในกรุ๊ปคนเจ็บโรคหอบหืดระดับกึ่งกลางถึงร้ายแรงได้จริง
-จากการทดสอบในหนู พบว่าถั่งเช่าสกัดช่วยลดอาการอักเสบในระบบฟุตบาทหายใจได้
สมุนไพร ถั่งเช่าช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
-การทดลองที่แคนดาพบว่าถั่งเช่าช่วยเสริมการทำงานของเม็ดเลือดขาวและกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในหนูได้จริง
ถั่งเช่าช่วยบำรุงระบบแพร่พันธุ์
-ในจีนได้มีการทดสอบกับผู้ที่ประสบพบเจอกับปัญหาเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ 189 คน โดยให้ทานถั่งเช่า 3 กรัม ต่อวัน เป็นเวลาชิดกัน 40 วัน พบว่าสามารถฟื้นฟูสมรรถภาพผู้รับการทดลองได้ถึง 66%
ถั่งเช่าเป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยชะลอวัย ทำให้แก่ช้าลง ผิวพรรณสดใส ไม่ให้ผิวหนังเสื่อมเร็ว
-ได้มีการนำสาร Cordycepi ที่เจอในถั่งเช่า มาทดลองการยับยั้งผลกระทบจากแสงอาทิตย์ที่มีต่อผิว ผลปรากฎว่าสารดังที่ได้กล่าวมาแล้วสามารถปกป้องการเหนียวนำการผลิต MMP เมื่อผิวโดนรังสี UVB ได้ ซึ่งก็คือสามารถป้องกันการเสื่อมของผิวหนังเมื่อโดนแสงอาทิตย์ได้

ถั่งเช่าช่วยการรักษาโรคไตเรื้อรัง บำรุงไตและฟื้นฟูรูปแบบการทำงานของไตได้
-ได้มีการทดสอบให้คนเจ็บไตวายเรื้อรัง 37 คน ทานถั่งเช่า 5 กรัมต่อวันเป็นเวลา 1 เดือน ผลปรากฏว่าค่าไตดีขึ้นมากมาย อาทิเช่น (creatinine,urinary proteins
-ถั่งเช่าช่วยทำให้ร่างกายเห็นด้วยการเปลี่ยนถ่ายไต ได้มีการทดลองเปรียบเทียบในคนเจ็บที่ทำงานปลูกถ่ายไต โดยให้ถั่งเช่า 3 กรัม ต่อวันพร้อมกันไปกับยาแผนปัจจุบัน ส่วนอีกกลุ่มได้รับเพียงแค่ยาแผนปัจจุบันเท่านั้น ผลคือสาร Cyclosporing ในเลือด แล้วก็โปรตีนในฉี่ของกรุ๊ปที่ได้ทานถั่งเช่า ต่ำลงยิ่งกว่ากลุ่มไม่ได้ทาน แสดงให้เห็นว่าถั่งเช่าช่วยทำให้ร่างกายคนไข้สารภาพการเปลี่ยนถ่ายไตได้ดิบได้ดีมากยิ่งขึ้น
-นอกนั้นมีรายงานว่าการให้คนป่วยที่รูปแบบการทำงานของไตบกบิดางจากการใช้ยา gentamicin รับประทานถั่งเช่า4.5 กรัม/วัน ส่งผลทำให้ระบบการทำงานของไตดีขึ้นเป็นปกติ 89% เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมหลังจากกินถั่งเช่าเพียงแต่ 6 วัน
สมุนไพร ถั่งเช่าฆ่าเนื้องอก ยั้งโรคมะเร็ง
-ในปี 2011 ได้มีการนำสาร cordycepin จากถั่งเช่ามาทดลองกับเซลล์ของมะเร็งเต้านมของผู้คน cordycepin สามารถฆ่าเซลล์ของโรคมะเร็งเต้านมได้อย่างมีคุณภาพ
-ที่ประเทศเกาหลีใต้ได้ทำการทดสอบกระตุ้นหนูทดลองให้กำเนิดมะเร็ง หลังจากนั้นให้หนูกลุ่มหนึ่งทานสารสกัดถั่งเช่า ส่วนอีกกลุ่มมิได้รับสารสกัดถั่งเช่า หลังผ่านไป 224 ชั่วโมง เจอโรคมะเร็งในกลุ่มหนูทดลองที่ได้รับสารสกัดถั่งเช่ามีขนาดเล็กกว่ากรุ๊ปที่มิได้รับสารสกัดถั่งเช่า
ถั่งเช่าแก้พิษจากการฉายรังสี รวมทั้งกระบวนการทำคีโม
-การทดลองใน University of Louisville ประเทศอเมริกา พบว่าสารเบต้ากลูแคน(ซึ้งพบได้ในกลุ่มถั่งเช่า)ช่วยให้คนไข้มะเร็งที่ได้รับฉายเคมีหรือเคมีบำบัดรักษาฟื้นตัวได้เร็ว เพราะว่ากระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาวให้มีปริมาณเพิ่มสู่สภาวะปกติได้เร็วขึ้น
ถั่งเช่าป้องกันอัมพฤกษ์ อัมพาต ด้วยการป้องกันการแข็งตัวของเกล็ดเลือด
-จากการทดลองในเส้นโลหิตทดลอง พบว่าสารโพลีแซคคาไรค์ในถั่งเช่า สามารถช่วยปกกันการจับกุมของเกล็ดเลือดได้
ถั่งเช่าคุ้มครองปกป้องสูญเสียความจำ
-ลดการตายของ cell สมอง
ถั่งเช่าช่วยผู้เจ็บป่วยโรคหัวใจ
-สมุนไพร ได้มีการทดสอบให้ผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลวเรื้อรังทานถั่งเช่าพร้อมกันไปกับยาแผนปัจจุบัน3-4 กรัมต่อวัน เป็นเวลา 23-29 เดือน พบว่ากลุ่มคนไข้ที่ได้รับถั่งเช่าควบคู่ไปด้วยมีอาการดีขึ้นอย่างเป็นจริงเป็นจังทางสถิติ เทียบกับกรุ๊ปที่ได้รับแต่ยาแผนปัจจุบันอย่างเดียวโดยกรุ๊ปที่ได้รับถั่งเช่ามอาการหายใจถี่ลดลง ไม่อ่อนล้าง่าย สภาพร่างกายและก็จิตใจสมบูรณ์แข็งแร็งขึ้น รวมถึงมีสรรมภาพทางเพศดีขึ้นอีกด้วย

Tags : สมุนไพรถั่งเช่า

13
บอระเพ็ด
ชื่อสมุนไพร บอระเพ็ด
ชื่ออื่นๆ/ชื่อท้องถิ่น จุ้งจาลิง , จุ่งจิง , เถาวัลย์ฮอ (ภาคเหนือ) , เจตมูลหนาม (หนองคาย) , หางหนู (จังหวัดอุบลราชธานี) , เถาหัวด้วน , ตัวเจตมูลยาน (จังหวัดสระบุรี)
ชื่อสามัญ Heart leaved moonseed
ชื่อวิทยาศาสตร์ Tinospora crispa (L.) Miers ex Hook.f. & Thomson
ชื่อพ้อง Tinospora tuberculata Miers, Tinospora rumphii Boerl.
สกุล Menispermaceae
ถิ่นกำเนิด บอระเพ็ดเป็นพืชที่มีบ้านเกิดในป่าดิบแล้งและป่าเบญจพรรณ ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พบได้บ่อยในประเทศไทย เมียนมาร์ ลาว กัมพูชา ฯลฯ รวมถึงบางประเทศในทวีปเอเชียใต้ ตัวอย่างเช่น ประเทศอินเดีย แล้วก็ศรีลังกา สำหรับในประเทศไทยนั้นบอระเพ็ดนับเป็นพืชที่เป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีมานานแล้ว เพราะคนไทยในอดีตสมัยได้นำบอระเพ็ดมาใช้เป็นสมุนไพรรักษาลักษณะของการป่วยต่างๆเป็นต้นว่า ใช้ลดไข้ บำรุงร่างกาย บำรุงธาตุ ช่วยเจริญอาหาร ฯลฯ แม้กระทั่งเวลานี้ก็ยังนิยมใช้บอระเพ็ดเพื่อคุณประโยชน์ทางยาเหล่านี้อยู่ ซึ่งในประเทศไทยนั้นสามารถเจอบอระเพ็ดได้ทุกภาคของประเทศและก็ส่วนใหญ่พบในป่าดิบแล้งและก็ป่าเบญจพรรณทั่วๆไป
ลักษณะทั่วไป 
บอระเพ็ด จัดเป็น  ไม้เลื้อย เนื้อแข็ง ไม่มีขน ยาวถึง 15 เมตร เถากลม ขรุขระไม่เรียบ เป็นปุ่มเปลือกของเถาบางลอกออกได้ เป็นปุ่มกระจัดกระจายทั่วๆไป เมื่อแก่มองเห็นปุ่มปมเหล่านี้หนาแน่น แล้วก็ชัดเจนมาก เปลือกเถา คล้ายเยื่อกระดาษ มียางขาว ใส  เถามีรสขมจัด สีเทาแกมเหลือง มีรากอากาศคล้ายด้ายยาว กลม ยาว สีน้ำตาลเข้ม ใบโดดเดี่ยว เรียงเวียนสลับ มักเป็นรูปหัวใจ รูปไข่กว้าง หรือรูปกลม กว้าง 6-12เซนติเมตร ยาว 7-14 เซนติเมตร โคนเรียวแหลมยาว ปลายจะเป็นรูปหัวใจลึก หรือตื้น เนื้อเหมือนแผ่นกระดาษบาง มักมีต่อม ใบด้านล่างบางคราวเจอต่อมแบนตามโคนง่ามของเส้นใบ เส้นใบออกจากโคนใบรูปฝ่ามือมี 3-5 เส้น แล้วก็มีเส้นกิ่งก้านสาขาใบอีก 1-3 คู่ ก้านใบยาว 5-15 ซม. บวมพอง และเป็นข้องอ ดอกออกเป็นช่อตามกิ่งแก่ๆที่ไม่มีใบ มักออกดอกเมื่อใบหลุดร่วงหมด มี 2-3 ช่อ เล็กเรียว ดอกมีขนาดเล็กสีเขียวอมเหลือง ดอกเพศผู้และก็เพศภรรยาแยกกันอยู่ต่างดอก ช่อดอกเพศผู้ ยาว 5-9 ซม. ดอกมี 1-3 ดอก ติดเป็นกลุ่ม ดอกเพศผู้ มีก้านดอกย่อยเล็กเรียว ยาว 2-4 มิลลิเมตร กลีบเลี้ยงสีเขียวอ่อน วงนอกมี 3 กลีบ รูปไข่ ดกที่โคน ยาว 1-1.5 มม. วงในมี 3 กลีบ รูปไข่กลับ มีก้านกลม หรือโคนแหลม ยาว 3-4 มิลลิเมตร กลีบดอกไม้มี 3 กลีบ กลีบวงนอกแค่นั้นที่เจริญก้าวหน้าขึ้น รูปใบหอกกลับแคบ แบน ไม่มีตุ่ม ยาว 2 มิลลิเมตร ส่วนกลีบวงในลดรูป เกสรเพศผู้มี 6 อัน ยาว 2 มิลลิเมตร ช่อดอกเพศภรรยา ยาว 2-6 มิลลิเมตร ดอกโดยมากเกิดผู้เดียวๆตามง่ามใบ ดอกเพศภรรยา กลีบเลี้ยงแล้วก็กลีบดอกคล้ายดอกเพศผู้ เกสรเพศผู้เลียนแบบมี 6 อัน เป็นรูปลิ่มแคบ ยาวประมาณ 1 มม. เกสรเพศเมียมี 3 อัน ทรงรี ยาว 2 มิลลิเมตร ยอดเกสรเพศเมียเป็นพูสั้นมากมาย ผลออกเป็นช่อ มีก้านช่อยาว 1.5-2 เซนติเมตร มีก้านผลเป็นรูปครึ่งหนึ่งปิรามิด ยาว 2-3 มม. ใต้ลงมาเป็นกลีบเลี้ยงที่ติดแน่น รูปไข่ ยาว 2 มิลลิเมตร โค้งกลับ ผลสด เมื่อสุกมีสีเหลืองหรือสีส้ม ทรงรี ยาว 2 ซม. ฝาผนังผลชั้นในสีขาว ทรงรี กว้าง 7-9 มม. ยาว 11-13 มม. ผิวย่นย่อนิดหน่อย หรือแทบเรียบ มีสันที่ด้านบนชัด มีช่องเปิดรูปรีเล็กที่ด้านบน มีดอกสิ้นเดือนม.ค.ถึงพฤษภาคม ติดผลราวม.ย.ถึงเดือนพฤษภาคม
การขยายพันธุ์
การขยายพันธุ์บอระเพ็ดสามารถทำเป็น 2 วิธีหมายถึงการเพาะเม็ด และการปักชำกิ่ง การเพาะเมล็ดนั้นต้องใช้เมล็ดจากผลที่สุกจัด ผลมีสีเหลืองเข้ม ยิ่งเป็นผลที่หล่นแล้วยิ่งดี แล้ว นำผลมาตากแดดให้แห้ง นาน 15-20 วัน และเก็บเอาไว้ในร่มก่อนจนกระทั่งต้นหน้าฝนจึงนำออกมาเพาะในถุงเพาะชำหรือใช้หยอดปลูกตามจุดที่อยาก การปลูกด้วยเมล็ดนี้ จะได้เครือบอระเพ็ดที่ใหญ่ยาวมากยิ่งกว่าการปักชำ  การปักชำเถา เป็นแนวทางหนึ่งที่สะดวกเร็ว ด้วยการตัดเถาบอระเพ็ดที่แก่จัด เถามีอายุตั้งแต่ 1 ปี ขึ้นไป ตัดเถายาว 20-30 ซม. ต่อจากนั้น ค่อยนำลงปักชำในถุงหรือกระถาง วิธีแบบนี้ จะได้ต้นที่งอกใหม่ด้านใน 15-30 วัน แต่ลำต้นมักมีเครือไม่ยาวเสมือนการเพาะเม็ด แม้กระนั้นไม่มีความต่างกันมากนัก
ส่วนประกอบทางเคมี

  • สารขมชื่อ picroretin, columbin, picroretroside, tinosporide, tinosporidine
  • สารกลุ่มไตรเทอปีนป่ายอยส์ ดังเช่น Borapetoside A, Borapetoside B, Borapetol A, Tinocrisposide, tinosporan
  • สารกลุ่มอัลคาลอยด์ เช่น N-formylannonaine, N-acetylnornuciferine เป็นต้น
  • สารชนิดอามีนที่เจอ ดังเช่นว่า N-trans-feruloyl tyramine, N-cis-feruloyl tyramine
  • สารฟีนอสิคไกลโคไซด์ อาทิเช่น tinoluberide
  • สารอื่นๆได้แก่ berberine, β-sitosterol


ที่มา : wikipedia
คุณประโยชน์/คุณประโยชน์ น้ำสกัดหรือน้ำสุกจากบอระเพ็ดสามารถใช้ฉีดพ่นกำจัด แล้วก็คุ้มครองหนอนแมลงศัตรูพืช เป็นต้นว่า หนอนใยผัก รวมทั้งเพลี้ยต่างๆได้เป็นอย่างดี ส่วนลำต้น รวมทั้งใบของบอระเพ็ดสามารถใช้ผสมในอาหารสัตว์หรือให้สัตว์รับประทานโดยตรง เพื่อสัตว์มีร่างกายแข็งแรง และรักษาโรคในสัตว์ ทั้งยังโค ควาย สุกร ไก่ รวมทั้งอื่น ซึ่งราษฎรนิยมให้ไก่ชนกินในระยะก่อนออกชน นอกนั้นลำตัน และก็ใบยังสามารถนำมาบด แล้วก็ใช้พอกศีรษะหรือสระผม สำหรับกำจัดเหาได้อีกด้วย ส่วนสรรพคุณทางยาของบอระเพ็ดนั้นมีดังนี้
ตำราเรียนยาไทย
ใช้  เถา ซึ่งมีรสขมจัดเย็น แก้ไข้ทุกประเภท แก้พิษฝีดาษ เป็นยาขมเจริญอาหาร ต้มดื่มเพื่อให้เจริญอาหาร ช่วยสำหรับในการย่อย บำรุงน้ำดี บำรุงไฟธาตุ แก้โรคกระเพาะอาหาร บำรุงร่างกาย แก้สะอึก แก้มาลาเรีย เป็นยาขับเหงื่อ ดับหิว แก้ร้อนในดีเลิศ แก้อหิวาตกโรค แก้ท้องเดิน ไข้ป่า ยับยั้งความร้อน ทำให้เนื้อเย็น แก้โลหิตพิการ ใช้ภายนอกใช้ล้างตา ล้างแผลที่เกิดขึ้นมาจากโรคซิฟิลิส ใบ มีรสขมเมา เป็นยาพอกบาดแผล ทำให้เย็นและทุเลาอาการปวด ดับพิษปวดแสบปวดร้อน พอกฝี แก้ฟกช้ำ แก้คัน แก้รำมะนาด ปวดฟัน ฆ่าแมลงที่เข้าหู ฆ่าพยาธิไส้เดือน แก้ไข้ แก้โรคผิวหนัง บำรุงน้ำดี  ราก มีรสขม เป็นยาช่วยทำให้เจริญอาหาร ดับพิษร้อน ทำลายพิษไข้ รากอากาศ รสขมเย็น แก้ไข้ขึ้นสูงมีลักษณะบ้าเพ้อ ดับพิษร้อน ทำลายพิษร้อน ทำลายพิษไข้ เจริญอาหาร ผล รสขม แก้ไข้ แก้เสลดเป็นพิษ ทุกส่วนของพืช ใช้แก้ไข้ เป็นยาบำรุง โรคดีซ่าน ยาเจริญอาหาร แก้มาลาเรียใช้เป็นยาอายุวัฒนะ แก้ร้อนในกระหายน้ำ
นอกจากนั้นบอระเพ็ดยังจัดอยู่ใน “พิกัดตรีญาณรส” เป็นการจำกัดปริมาณตัวยาที่ทำให้รู้รสอาหาร 3 อย่าง มี ไส้หมาก รากสะเดา เถาบอระเพ็ด มีสรรพคุณ แก้ไข้ ดับพิษร้อน ขับฉี่ ขับเสมหะ บำรุงไฟธาตุ ชูกำลัง “พิกัดยาแก้ไข้ 5 ชนิด” คือการจำกัดจำนวนตัวยาแก้ไข้ 5 อย่าง มี รากย่านาง รากคนทา รากแส้ม้าทลาย ขี้เหล็กทั้ง 5 และก็เถาบอระเพ็ด สรรพคุณแก้ไข้พิษร้อน
ตำราเรียนอายุรเวทของอินเดีย ใช้ เถา เป็นยาแก้ไข้ เหมือนกันกับชิงช้าชาลี กล่าวไว้ว่า แก้ไข้ดีเท่ากับต้นควินิน แก้ธาตุเปลี่ยนไปจากปกติ โรคที่เกิดขึ้นและมีปัญหาเกี่ยวกับทางเท้าฉี่ แก้อาการอักเสบ แก้อาการเกร็ง
แบบอย่าง/ขนาดการใช้
รักษาลักษณะของการมีไข้ ใช้เถาบอระเพ็ดที่ไม่แก่หรืออ่อนจนกระทั่งเกินไป (เถาเพสลาก) ราวๆ  1- 1.5  ฟุต (2.5 คืบ) หรือเถา น้ำหนัก  30-40  กรัม  โดยตำ  เติมน้ำน้อย  คั้นเอาน้ำดื่ม  หรือต้มกับน้ำ  3  ส่วน  ต้มให้เหลือ  1  ส่วน  หรือบดเป็นผง  ทำให้เป็นลูกกลอนรับประทานวันละ  2  ครั้ง  ก่อนกินอาหาร  เช้า  เย็น
           รักษาอาการไม่อยากอาหาร: ใช้เถาที่โตเต็มที่   ราวๆ  1- 1.5   ฟุต  (2.5 คืบ)  น้ำหนัก หรือเถา 30-40  กรัม  โดยตำ  เพิ่มเติมน้ำเล็กน้อย  คั้นเอาน้ำ  หรือต้มกับน้ำ  3  ส่วน  ต้มให้เหลือ  1  ส่วน  หรือบดเป็นผุยผง  ทำให้เป็นลูกกลอนกินวันละ  2  ครั้ง  ก่อนกินอาหาร  เช้า  เย็น  ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ ด้วยการใช้บอระเพ็ด / เม็ดข่อย / หัวแห้วหมู / เมล็ดพริกไทย / เปลือกต้นทิ้งถ่อน / เปลือกต้นตะโกนา ในรูปทรงเท่ากันเอามาบดเป็นผง ปั้นเป็นยาลูกกลอนเท่าปลายนิ้วก้อย กินก่อนนอนทีละ 2-3 เม็ด หรือถ้าไม่อย่างนั้นก็อาจจะนำเถาบอระเพ็ดมาหั่นตากแห้งแล้วนำมาบดให้เป็นผุยผงปั้นเป็นลูกกลอนก็ได้  ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ด้วยการใช้เถาสดที่โตสุดกำลังตากแห้งแล้วบดเป็นผง เอามาชงน้ำร้อนดื่มครั้งละ 1 ช้อน ตอนเช้ารวมทั้งเย็น แก้โรคกระเพาะอาหารด้วยการใช้บอระเพ็ด 5 ส่วน / มะขามแฉะ 7 ส่วน / เกลือ 3 ส่วน / น้ำผึ้งพอเหมาะ เอามาคลุกเคล้าจะกว่าจะเข้ากันแล้วกินก่อนอาหาร 3 เวลา นำทุกส่วนของบอระเพ็ด (เถา,ใบ,ราก) มาบดแล้วใช้ประคบฝี เพื่อลดน้ำหนอง,ลดอาการปวดบวม หรือ แผล(สำหรับห้ามเลือด)
การเรียนรู้ทางเภสัชวิทยา
ฤทธิ์ลดไข้    มีผู้ทำการศึกษาฤทธิ์ลดไข้ของบอระเพ็ด โดยทดสอบกับสัตว์ทดลองที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดไข้ด้วยสารต่างๆเช่น การทดสอบกรอกสารสกัดบอระเพ็ดด้วยอัลกอฮอล์และก็น้ำ (1:1) ให้กระต่ายที่ถูกรั้งนำให้เกิดไข้ด้วยยีสต์ พบว่าสารสกัดไม่มีฤทธิ์ลดไข้ บุญเทียม รวมทั้งแผนก ได้ทดลองให้สารสกัดบอระเพ็ดด้วยน้ำกับหนูเพศผู้ที่ถูกรั้งนำให้กำเนิดไข้ด้วยวัคซีนไทฟอยด์ในขนาด 100 มก./กิโลกรัม โดยการผสมกับน้ำดื่ม  พบว่าสารสกัดมีฤทธิ์ลดไข้ แล้วก็ถัดมาได้ทำการทดสอบโดยให้สารสกัดบอระเพ็ดกับกระต่ายและหนูขาวเพศผู้ที่เหนี่ยวนำให้กำเนิดไข้ด้วย LPS (Lipopolysaccharide) ในขนาด 200 มก./กก. และ 600 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ตามลำดับ พบว่าสารสกัดมีฤทธิ์ลดไข้ได้อย่างเดียวกัน จากการศึกษาเล่าเรียนมั่นใจว่ากลไกสำหรับในการยั้งการเกิดไข้ของสารสกัดบอระเพ็ดคงจะมีเหตุมาจากการไปยับยั้งการผลิต interleukin-1 หรือ prostaglandins (PGs) ซึ่งกลไกนี้เป็นกลไกที่อยู่ในระบบ CNS นอกจากนี้ยังมีผู้พบว่าส่วนสกัดด้วยบิวทานอลมีฤทธิ์ลดไข้ ไม่มีการทดลองแยกสารออกฤทธิ์ลดไข้จากบอระเพ็ด แต่มีรายงานฤทธิ์ลดไข้ของสารที่พบในบอระเพ็ดเป็น berberine เมื่อป้อนให้หนูในขนาด 10 มิลลิกรัม/กิโลกรัม แล้วก็ b-sitosterol ซึ่งออกฤทธิ์ในขนาด 160 มิลลิกรัม/กก.
ฤทธิ์ต่อต้านการอักเสบ        มีผู้ทำการศึกษาฤทธิ์ลดการอักเสบของชาชงบอระเพ็ดโดยการกรอกให้แกะเพศผู้ (ตอน) ในขนาด 8 มิลลิลิตร/ตัว พบว่าชาชงบอระเพ็ดมีฤทธิ์ต่อต้านการอักเสบเสมอกันกับแอสไพริน 30 มก./น้ำหนักตัว 200 กรัม Higashino และภาควิชา ได้ศึกษาฤทธิ์ต้านทานการอักเสบของสารสกัดเถาบอระเพ็ดด้วยเมทานอล (50%) กับหนูขาวที่ถูกรั้งนำให้เกิดการอักเสบที่อุ้งเท้าด้วย carrageenin โดยให้รับประทานสารสกัดในขนาด 10 มิลลิกรัม/กก. พบว่าสารสกัดมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ โดยส่วนสกัดด้วยบิวทานอผุดผ่องกฤทธิ์ได้ดิบได้ดีที่สุด ไม่ว่าจะให้โดยการกิน ฉีดเข้าใต้ผิวหนัง หรือฉีดเข้าช่องท้อง และก็พบว่าส่วนสกัดในขนาด 3 มก./กิโลกรัม เมื่อให้โดยการฉีดเข้าใต้ผิวหนังมีฤทธิ์เทียบเท่ากับ sulpyrine 250 มก./กิโลกรัม รวมทั้ง diphenhydramine 10 มิลลิกรัม/กก.
ฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดของสาร borapetosides A การศึกษาฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดของสาร borapetosides A สารสำคัญที่พบในต้นบอระเพ็ด โดยการฉีด borapetosides A ให้แก่หนูเม้าส์ที่เป็นโรคโรคเบาหวาน ชนิดที่ 1 รวมทั้งจำพวกที่ 2 และก็หนูเม้าส์ปกติ วันละ 2 ครั้ง ต่อเนื่องกัน 7 วัน พบว่า borapetosides A จะช่วยเพิ่มระดับของไกลโคเจน และลดน้ำตาลในเลือดได้อีกทั้งหนูปกติ แล้วก็หนูที่เป็นโรคเบาหวาน โดยฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดของ borapetosides A เกี่ยวข้องกับการเพิ่มปริมาณอินซูลินในหนูปกติและหนูที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 แต่ว่าไม่มีผลต่อระดับอินซูลินในหนูที่เป็นโรคเบาหวานจำพวกที่ 1 นอกจากนั้นยังพบว่าสาร borapetosides A กระตุ้นการสังเคราะห์ไกลโคเจนในเซลล์เนื้อกล้ามเนื้อ รวมถึงลดการแสดงออกของโปรตีน phosphoenolpyruvate carboxylase ที่มากขึ้นจากการเป็นเบาหวานได้ การศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าสาร borapetosides A จากต้นบอระเพ็ดสามารถออกฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดได้อีกทั้งประเภทที่เกี่ยวโยงและไม่เกี่ยวโยงกับอินซูลิน โดยผ่านกลไกกระตุ้นการใช้กลูโคสของกล้าม ลดการสั่งสมน้ำตาลในเซลล์ แล้วก็กระตุ้นการผลิตอินซูลิน
การทดสอบในสัตว์ทดลองพบว่าบอระเพ็ดมีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดได้ ส่วนการเรียนรู้ในคนไข้โรคเบาหวานโดยให้ทานบอระเพ็ด วันละ 250 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 2 เดือน พบว่าช่วยลดระดับน้ำตาลได้ แต่ระหว่างทำการทดลองผู้ป่วยหลายรายมีลักษณะอาการตับอักเสบ แล้วก็พบว่าการใช้บอระเพ็ดในขนาดสูงแล้วก็ติดต่อกันนานจะเป็นพิษต่อตับและไต มีรายงานการวิจัยของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กล่าวว่าเมื่อให้อาสาสมัครสุขภาพแข็งแรง 12 ราย กินบอระเพ็ดขนาด 1 กรัม วันละ 3 ครั้ง นาน 8 สัปดาห์ พบว่าแนวโน้มทำให้ระดับเอนไซม์ในตับมากขึ้น มีความหมายว่ามีทิศทางจะก่อให้กำเนิดพิษต่อตับ
การเรียนทางพิษวิทยา  การทดสอบพิษกะทันหันของสารสกัดเถาด้วยเอทานอล 50% โดยให้หนูกินในขนาด 10 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโล (คิดเป็น 1,786 เท่า เปรียบเทียบกับขนาดรักษาในคน) และให้โดยการฉีดเข้าใต้ผิวหนังหนู ในขนาด 10 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ตรวจไม่พบอาการเป็นพิษ  เมื่อป้อนสารสกัดด้วยเอทานอล ให้หนูถีบจักร ขนาด 4 ก./กิโลกรัม เท่ากันผงยาแห้ง 28.95 กรัม/กก. ไม่นำมาซึ่งการก่อให้เกิดอาการพิษ การเรียนรู้พิษเรื้อรัง พบว่าเมื่อป้อนสารสกัดด้วยเอทานอล ให้หนูขาวจำพวกวิสตาร์ทั้ง 2 เพศ ในขนาด 0.02, 0.16 และก็ 1.28 กรัม/กิโลกรัม/วัน หรือเสมอกันผงแห้ง 0.145, 1.16 และ 9.26 กรัม/กก. ตรงเวลา 6 เดือน พบว่าหนูขาวทั้งคู่เพศที่ได้รับสารสกัดในขนาด 1.28 ก./กิโลกรัม ส่งผลทำให้น้ำหนักหนูต่ำกว่ากรุ๊ปควบคุมรวมทั้งกำเนิดอาการเปลี่ยนไปจากปกติของแนวทางการทำงานของตับแล้วก็ไตได้          มีแพทย์ผู้ทำการศึกษาศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับฤทธิ์ลดโรคเบาหวานของบอระเพ็ด พบว่าคนไข้มีอาการตับอักเสบหลายราย
ข้อแนะนำ/ข้อควรพิจารณา

  • ส่วนที่นิยมนำเถาบอระเพ็ดมาใช้ทำเป็นยาจะคือส่วนของ “เถาเพสลาก” เนื่องจากว่ามีลักษณะไม่แก่หรืออ่อนเกินความจำเป็นนัก แล้วก็มีรสชาติขมจัด แต่ถ้าเกิดเป็นเถาแก่จะแตกแห้ง รสเฝื่อน ไม่ขม หรือถ้าหากอ่อนเหลือเกินก็จะมีรสไม่ขมมากมาย
  • การศึกษาเล่าเรียนในอาสาสมัครร่างกายแข็งแรง 12 ผู้ที่รับประทานบอระเพ็ดในขนาด 1 กรัม วันละ 3 ครั้ง นาน 8 สัปดาห์ พบแนวโน้มระดับโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีในตับเพิ่มขึ้นแสดงว่าน่าจะนำมาซึ่งพิษต่อตับ
  • ถ้าหากนำบอระเพ็ดมาใช้และเจออาการแตกต่างจากปกติของการทำงานตับและก็ไต ควรหยุดการใช้
  • ห้ามใช้ในผู้ที่มีภาวการณ์โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีตับบกพร่อง หรือคนไข้ที่มีประวัติเป็นโรคตับหรือโรคไต
  • สมุนไพรบอระเพ็ดสำหรับการรับประทานในส่วนของรากอย่างสม่ำเสมอเป็นระยะเวลาที่ยาวนานอาจมีผลต่อหัวจิตใจ เนื่องด้วยเป็นยารสขม สิ่งที่ต้องระมัดระวังก็คือไม่ควรใช้ติดกันต่อเนื่องเกิน 1 เดือน หากว่าจำเป็นต้องใช้ในเดือนถัดไปก็ควรจะเว้นระยะเวลา 1-2 สัปดาห์เป็นขั้นต่ำเพื่อร่างกายสามารถปรับภาวะได้ก่อน ถ้าใช้ไปแล้วมีลักษณะมือเท้าเย็น แขนขาหมดเรี่ยวแรงก็ควรจะหยุดรับประทาน

    เอกสารอ้างอิง

  • บอระเพ็ด.สมุนไพรที่มีการใช้ในผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์.สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
  • บุญเทียม คงศักดิ์ตระกูล  ยุวดี วงษ์กระจ่าง และคณะ.  รายงานฉบับสมบูรณ์ขององค์การเภสัชกรรม, 2541:18pp.
  • Higashino H, Suzuki A, Tanaka Y, Pootakham K.  Inhibitory effects of Siamese Tinospora crispa extracts on the carrageenin-induced foot pad edema in rats (the 1st report).  Nippon Yakurigaku Zasshi 1992;100(4):339-44.
  • บอระเพ็ด.ฐานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (ออนไลน์)เข้าถึงได้จาก http://www.disthai.com/
  • Kongsaktrakoon B, Temsiririrkkul R, Suvitayavat W, Nakornchai S, Wongkrajang Y.  The antipyretic effect of Tinospora crispa Mier ex Hook.f. & Thoms.  Mahidol Univ J Pharm Sci 1994;21(1):1-6.
  • บอระเพ็ด.ชาสมุนไพรบรรเทาอาการไข้.สำนักงานข้อมูลสมุนไพรคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.หน้า3-5
  • กัมปนาท รื่นรมย์.ประสิทธิภาพและการออกฤทธิ์ของสารสกัดจากบอระเพ็ดในการเป็นสารกำจัดแมลงต่อหนอนใยผัก(Plutella xylostella L.)
  • Sabir M, Akhter MH, Bhide NK.  Further studies on pharmacology of berberine.  Indian J Physiol Pharmacol 1978;22:9.
  • บอระเพ็ด ประโยชน์/สรรพคุณบอระเพ็ด.พืชเกษตรดอทคอมเว็บเพื่อเกษตรไทยบุญส่ง คงคาทิพย์ และสมนึก วงศ์ทอง การแยกสารออกฤทธิ์ฆ่าหนอนเจาะเสมอฝ้ายจากต้นบอระเพ็ดและการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างของสารกับการออกฤทธิ์
  • บอระเพ็ด.ฐานข้อมูลเครื่องยาคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี.
  • ฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดของสาร borapetosides A จากต้นบอระเพ็ด.ข่าวความเคลื่อนไหนสมุนไพร.สำนักงานข้อมูลสมุนไพรคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.
  • Rivai Y.  Antiinflammatory effects of Tinospora crispa (L) Miers ex Hook.f & Thoms stem infusion on rat.  MS Thesis, Dept Pharm, Fac Math & Sci, Univ Andalas, Indonesia, 1987.
  • บอระเพ็ดกับเบาหวาน.กระทู้ถาม-ตอบ.สำนักงานข้อมูลสมุนไพรคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล
  • Gupta M, Nath R, Srivastava N, Shanker K, Kishor K, Bhargava KB.  Anti-inflammatory and antipyretic activities of b-sitosterol.  Planta Med 1980;39:157-63.
  • Mokkhasmit M, Swatdimongkol K, Satrawaha P.  Study on toxicity of Thai medicinal plants.  Bull Dept Med Sci 1971;12(2/4):36-65.
  • บอระเพ็ด.ฐานข้อมูลความปลอดภัยของสมุนไพรที่มีการขึ้นทะเบียนยาแผนโบราณ.สำนังานข้อมูลสมุนไพรคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล
  • Chavalittumrong P, Attawish A, Chuthaputti A, Chuntapet P.  Toxicological study of crude extract of Tinospora crispa Miers ex Hook.f. & Thoms.  Thai J Pharm Sci 1997;21(4):199-210.


14
ทองพันชั่ง
ชื่อสมุนไพร ทองพันชั่ง
ชื่ออื่นๆ/ชื่อแคว้น ต้นหญ้าไก่ (ไทย) ,ติดเฮาะเล่งจือ (จีน-จีนแต้จิ๋ว) , ต้นหญ้ามันไก่ , ทองพันดุลย์ , ทองคำคันชั่ง (ภาคกึ่งกลาง) , บุปผาฮ้อมบก (สุรินทร์)
ชื่อวิทยาศาสตร์  Rhinacanthus nasutus (Linn.) Kurz.
ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์  Rhinacanthus communis Nees
ชื่อสามัญ   White crane flower
สกุล   Acanthaceae
ถิ่นเกิด ทองพันชั่งเป็นไม้ล้มลุกกึ่งไม้พุ่ม มีบ้านเกิดในประเทศแถบทวีปเอเชียใต้และเอเซียอาคเนย์รอบๆแถบเส้นอีเควเตอร์ พบทั่วไปในประเทศเขตร้อนของภูมิภาคดังที่กล่าวถึงแล้ว เป็นต้นว่า ประเทศ ประเทศอินเดีย เกาะมารดรกัสการ์ , มาเลเซีย ฯลฯ แล้วมีการกระจัดกระจายประเภทไปในประเทศเขตร้อนใกล้เคียง ได้แก่ บังคลาเทศ , พม่า ,ไทย , อินโดนีเซีย ฯลฯ ส่วนในประเทศไทย มีการประยุกต์ใช้เป็นยาสมุนไพรแล้วก็นำมาปลูกเป็นไม้ประดับ,ไม้มงคลมาตั้งแต่อดีตแล้ว
ลักษณะทั่วไป

  • ต้น ทองพันชั่งมีลักษณะเป็นไม้พุ่มเตี้ยขนาดเล็ก มีความสูงต้นราว 1 - 1.5 เมตร มักแตกหน่อและก็แผ่กิ่งไม้ออกเป็นกอ ลำต้นและแขนงมีขนประปรายทั่วๆไป กิ่งอ่อนมักเป็นสันสี่เหลี่ยมตามทางยาว ส่วนโคนของลำต้นเนื้อไม้แกนแข็ง
  • ใบ เป็นใบโดดเดี่ยวลักษณะรูปไข่ ปลายใบแล้วก็โคนใบแหลม ขอบของใบเรียบ หรือเป็นคลื่นเล็กน้อย ออกตรงข้ามกันเป็นคู่ๆแล้วก็แต่ละคู่ออกสลับทิศทางกัน เนื้อใบบางและหมดจด ใบยาว 4 – 6 ซม. กว้าง 2 – 3 ซม. ใบมีสีเขียวอ่อน
  • ดอก เป็นดอกช่อขนาดเล็ก มีสีขาวออกเป็นช่อสั้นๆตรงซอกมุมใบ มองดอกมีลักษณะเสมือน นกกระยางกำลังบิน (แต่ชาวสุรินทร์เห็นว่าดอกทองพันชั่งน้ำหนักเหมือนข้าวเม่าหมายถึงมีกลีบดอกไม้สี่กลีบตกออกคล้ายข้าวเม่า ก็เลยเรียกต้นทองพันชั่งน้ำหนักว่า “ผกาอ็อมบก” แปลว่า ต้นดอกข้าวเม่า) กลีบรองดอกมี 5 กลีบ และมีขน กลีบสีขาวชิดกันตรงโคนเป็นหลอด ยาวประมาณ 2 เซนติเมตร ปลายแยกเป็น 2 กลีบ กลีบขนยาวราวๆ 0.8 เซนติเมตร กว้าง 0.1 เซนติเมตร ปลายแยกเป็น 2 แฉกแหลมสั้นๆกลีบข้างล่างแผ่กว้าง 1.5 เซนติเมตร แยกเป็น 3 แฉก โคนกลีบมีจุดประสีม่วงแดง เกสรตัวผู้สีน้ำตาลอ่อน มีสองอันยื่นพ้นปากหลอดออกมาเล็กน้อย รังไข่มี 1 อัน รูปยาวรี มีหลอดท่อรังไข่เหมือนเส้นด้าย ยาวเสมอปากหลอดดอก ก้านเกสรสั้นติดอยู่ที่ปากท่อดอก
  • ผล มีลักษณะเป็นฝัก กลมยาว รวมทั้งมีขนด้านใน มี 4 เม็ดเมื่อแห้งสามารถแตกได้
การขยายพันธุ์ ทองคำพันชั่งสามารถขยายพันธุ์ได้ด้วย การเพาะเมล็ดแล้วก็นำกิ่งมาปักชำ แต่ในขณะนี้แนวทางที่ได้รับความนิยมและมีอัตราการปลูกที่ได้ผลลัพธ์ที่ดีเป็นแนวทางการคือตัดกิ่งแก่ที่มีตาติดอยู่ 2-3 ตา แล้วปลิดใบทิ้งให้หมดต่อจากนั้นตัดรอบๆกิ่งให้เฉียงทำมุม 45 องศา แล้วปักลงไปในดินที่เปียกแฉะน้ำโดยให้กิ่งเอียงบางส่วน ทองคำพันชั่งน้ำหนักเป็นพืชที่ไม่ชอบร่มเงามากมาย (อยากที่ที่มีแดดลอดผ่านมารำไร) มักถูกใจที่ดินผสมทรายที่มีการระบายน้ำดี ไม่ขังเฉอะแฉะ และก็จำต้องคอยดูแลการให้น้ำให้ดินชุ่มชื้น รวมถึงจำต้องรอกำจัดวัชพืชอยู่เป็นประจำ เพราะเหตุว่าถ้าหากว่าขาดน้ำหรือถูกแสงแดดมากจนเกินไปใบจะเป็นจุดเหลืองและก็หลังจากนั้นจึงค่อยๆแห้งตาย ดังนั้นการปลูกจำเป็นที่จะต้องปลูกเอาไว้ภายในหน้าฝน
องค์ประกอบทางเคมี ใบเจอสารสำคัญคือ rhinacanthin และก็ oxymethylanthraquinone รากมี Resin Rhinacanthin (1.9 เปอร์เซ็นต์) มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคได้ มีเกลือโปตัสเซียส และก็มี Oxymethylanthraquinone ยิ่งกว่านั้นยังเจอสาร  Quinone, Rutin (quercetin - 3 - rutinoside)
คุณประโยชน์ แบบเรียนยาไทยใช้ ใบ รวมทั้งราก  รักษาขี้กลาก โรคเกลื้อน ผื่นคัน ใบ รสเบื่อเย็น ดับพิษไข้ แก้ไข้ตัวร้อน แก้พยาธิผิวหนัง รักษาอาการผมหล่น , ปวดฝี , แก้พิษ , แก้อักเสบ , บำรุงร่างกาย เป็นยาขับฉี่ ยาระบาย  ราก รสเบื่อเมา แก้กลากโรคเกลื้อน ผื่นคัน และโรคผิวหนังที่เป็นน้ำเหลืองบางประเภท   รักษาโรคโรคมะเร็ง ดับพิษไข้ แก้พิษงู พยาธิวงแหวนตามผิวหนัง อีกทั้งต้น รักษาโรคผิวหนัง ขี้กลากโรคเกลื้อน แก้น้ำเหลืองเสีย ผื่นคัน รักษามะเร็ง ขับพยาธิตามผิวหนังหรือบาดแผล รักษาอาการโรคไส้เลื่อน ฉี่ผิดปกติ ต้น บำรุงร่างกาย รักษาอาการผมร่วงนอกเหนือจากนี้ยังคงใช้ผสมในตำรับยาร่วมกับสมุนไพรอื่นๆรักษาโรคต่อไปนี้คือ

  • ราก - รักษาโรคมะเร็งเนื้องอก รักษามะเร็งปอด กระเพาะลำไส้ โรคมะเร็งตามร่างกาย ทำให้ผมดกดำ แก้ไอเป็นเลือด อาเจียนเป็นเลือด แก้ริดสีดวงทวาร ดับพิษไข้ รักษาโรคผิวหนัง แก้กษัย แก้ผมหงอก ผมร่วง รักษาโรคตับพิการ รักษาโรครูมาติเตียนซึม รักษาโรคไขข้อพิการ แก้ลมเข้าข้อทำให้ปวดบวมต่างๆขับเยี่ยว แก้แมงเคียนกินรากผม แก้เหา แก้รังแค
  • อีกทั้งต้น - รักษาโรคผิวหนัง โรคกุฏฐัง แก้เม็ดผื่นคัน
  • ต้น - รักษามะเร็งเนื้องอก รักษามะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะ โรคมะเร็งตามร่างกาย โรคมะเร็งไส้ แก้แมงเคียนกินรากผม แก้เหา แก้รังแค รักษาโรคผิวหนัง
  • ใบ - แก้แมงเคียนกินรากผม แก้เหา แก้รังแค รักษาโรคผิวหนัง แก้ไข้ แก้ปวดศรีษะตัวร้อน แก้มะเร็งไช แก้หิดมะตอย รักษาโรคมะเร็ง รักษาวัณโรค แก้ดวงใจเสียกระบวน แก้บ้าคลั่ง แก้สารพัดพิษ


นอกจากนั้นในแบบเรียนบางเล่ม ยังได้พูดถึงคุณประโยชน์ทองพันชั่ง โดยมิได้ระบุว่าใช้ส่วนใดของพืช หรือส่วนใดในหนังสือเรียนยาร่วมกับสมุนไพรอื่นๆสำหรับในการบรรเทาโรคต่างๆดังนี้เป็น
- รักษาโรคความดันเลือดสูง รักษาโรคโรคมะเร็ง แก้มุตกิตระมองขาว เป็นยาอายุวัฒนะ แก้ผมร่วง รักษาโรคนิ่ว
- แก้เคล็ดลับปวดเมื่อยชายโครง มือกลยุทธ์ คอกลยุทธ์ แก้มะเร็งในกระเพาะ แก้ฝีประคำร้อย แก้มะเร็งในคอ แก้มะเร็งในปาก แก้ไข้เหนือ แก้จุกเสียด เป็นยาหยอดตา แก้ไอเป็นเลือด แก้บอบช้ำใน แก้นิ่ว แก้โรคผิวหนัง แก้ลมสาร แก้มะเร็งในปอด แก้มะเร็งข้างในรวมทั้งข้างนอก
ทองพันชั่งน้ำหนักรักษาโรคมะเร็ง ช่วยยั้งโรคมะเร็ง ดังเช่นว่า มะเร็งในกระเพาะ โรคมะเร็งในคอ โรคมะเร็งในปาก มะเร็งในปอด ด้วยเหตุว่าต้นทองพันชั่งมีสารสำคัญคือ “สารแนพโทควิโนนเอสเทอร์” (Naphthoquinone Ester) ซึ่งเป็นสารประกอบที่มีการออกฤทธิ์สำหรับการตอนยับยั้งมะเร็งเยื่อบุช่องปาก โรคมะเร็งเต้านม มะเร็งมดลูก  มีรายงานว่าในประเทศไต้หวันใช้ทองพันชั่งเป็นยาพื้นเมืองสำหรับในการเยียวยาเบาหวาน โรคผิวหนัง ความดันเลือดสูง และตับอักเสบ
แบบอย่าง/ขนาดวิธีการใช้

  • ทาแก้กลากโรคเกลื้อนหรือโรคผิวหนังผื่นคันอื่นๆใช้ใบสดผสมน้ำมันถ่านหินหรือแอลกอฮอล์ 75 เปอร์เซ็นต์ หรือบางทีอาจใช้รากบดเป็นผงแช่แอลกอฮอลล์ 1 อาทิตย์ เอามาทาแก้โรคผิวหนัง กลากเกลื้อน และผื่นคันอื่นๆใช้ใบหรือรากสด ตำกับน้ำปูนใสผสมพริกไทย พอกแก้โรคผิวหนังเรื้อรัง กลาก และโรคผิวหนังอักเสบ หรือใช้ใบ (สดหรือแห้ง) หรือราก (สดหรือแห้ง) ตำอย่างระมัดระวัง แช่สุราพอเพียงท่วมตั้งไว้ 7 วัน นำน้ำยาที่ได้มาทาบริเวณที่เป็นบ่อยๆหรือทาวันละ 3-4 ครั้ง จนกระทั่งจะหาย เมื่อหายแล้วให้ทาต่ออีก 7 วัน เหตุที่ต้องแช่ไว้นาน 7 วัน เป็นเพราะว่าน้ำยาที่ยังแช่ไม่ถึงกำหนดจะมีฤทธิ์กัดผิวหนัง ถ้าหากนำไปทาจะทำให้ผิวหนังแสบรวมทั้งคันมากขึ้น น้ำยาจากรากแห้งกัดผิวมากกว่าใบแห้ง
  • ส่วนน้ำยาจากใบสดไม่กัดผิว ใช้กินเป็นยาด้านใน รักษาโรคโรคมะเร็ง แล้วก็วัณโรคระยะเริ่มต้น


o ใช้ทั้งยังต้น สด จำนวน 30 กรัม ต้มกับน้ำ ปริมาณท่วมใบยา ต้มดื่มต่างน้ำ
o ใช้ก้านและใบสด 30 กรัม (แห้ง 10-15 กรัม) ผสมน้ำตาลกรวดต้มน้ำ รักษาโรคปอดระยะเริ่มต้น

  • ช่วยขับปัสสาวะ ให้ใช้ใบสด คั่วให้แห้งนำมาชงเป็นชาใช้ดื่มจะช่วยขับปัสสาวะได้


การเล่าเรียนทางเภสัชวิทยา
ฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรครารวมทั้งยีสต์     ผลการศึกษาเรียนรู้การฆ่าเชื้อรา Trichophyton rubrum ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคกลาก โดยแนวทาง paper disc เทียบกับยาต่อต้านเชื้อรา griseofulvin แล้วก็ nystatin โดยใช้สารสกัดจากใบรวมทั้งกิ่ง ด้วยน้ำ แอลกอฮอล์ และก็คลอโรฟอร์ม พบว่าสารสกัดด้วยน้ำมีฤทธิ์น้อยมาก ส่วนสารสกัดด้วยแอลกอฮอล์แล้วก็คลอโรฟอร์มมีฤทธิ์ต้านทานเชื้อราเจริญพอสมควร  สารสกัดทองพันชั่งน้ำหนักด้วยเมทานอล ไดคลอโรมีเทนรวมทั้งเฮก เซน มีผลยั้งเชื้อรา Epidermophyton floccousm, Microsporum gypseum, Trichophyton mentagrophytes แล้วก็ T. rubrum ที่ทำให้เกิดโรคผิวหนัง เมื่อทดสอบบนจานเลี้ยงเชื้อ   สาร rhinacanthin C, D รวมทั้ง N ซึ่งแยกจากใบเมื่อนำมาทดสอบฤทธิ์ต่อต้านเชื้อรา บนจานเลี้ยงเชื้อ  พบว่าสารดังที่กล่าวถึงแล้วทั้ง 3 ประเภท สามารถต้านเชื้อราที่ทำให้มีการเกิดโรคทางผิวหนัง เช่น  Trichophyton rubrum, T. mentagrophytes และ Microsporum gypseum  ได้ โดยที่สาร rhinacanthin C มีฤทธิ์แรงที่สุด  สารสกัด RN-A และ RN-B ซึ่งเป็นกลุ่ม sesquiterpenoid จากใบทองพันชั่งน้ำหนัก มีลักษณะโครงสร้างคล้ายกับสาร pyrano-1,2-naphthoquinones  สามารถฆ่าสปอร์ของเชื้อรา  Pyricularia oryzae ซึ่งเป็นราที่เป็นต้นเหตุของโรคในข้าวเจ้าได้  สาร 3,4-dihydro-3,3-dimethyl-2H-naphtho(2,3-o)pyran-5,10-dione จากทองคำพันชั่งน้ำหนักมีฤทธิ์ต่อต้านเชื้อรา              สาร rhinacanthin C, D รวมทั้ง N จากใบทองพันชั่ง สามารถยับยั้งยีสต์ Candida albicans ซึ่งเป็นสาเหตุของการตำหนิดเชื้อราในช่องปากแล้วก็ช่องคลอด
ฤทธิ์ต่อต้านเชื้อไวรัส  สารสกัดใบทองพันชั่งน้ำหนักด้วยน้ำและเอทานอล เมื่อนำมาทดสอบฤทธิ์ต่อต้านเชื้อไวรัสในเซลล์เพาะเลี้ยง  พบว่าสามารถยั้งเชื้อไวรัส Herpes simplex type1 (HSV-1) ซึ่งเป็นต้นเหตุของเริม  สาร rhinacanthin C และ D จากต้นทองพันชั่งน้ำหนัก เมื่อเอามาทดสอบฤทธิ์ต้านทานเชื้อไวรัส ในเซลล์เพาะเลี้ยง  พบว่าสามารถยั้งเชื้อ cytomegalovirus ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญอย่างหนี่งของการต่อว่าดเชื้อไวรัสในคนไข้ภูมิคุ้มกันขาดตกบกพร่อง  สาร rhinacanthin E แล้วก็ F จากส่วนเหนือดินของต้นทองคำพันชั่ง เมื่อเอามาทดสอบฤทธิ์ต่อต้านเชื้อไวรัสในเซลล์เพาะเลี้ยง พบว่าสามารถยั้งเชื้อไวรัสที่นำไปสู่โรคไข้หวัดใหญ่ได้
การศึกษาเล่าเรียนทางพิษวิทยา
การทดลองความเป็นพิษ    สารสกัดต้นทองพันชั่งน้ำหนักด้วยแอลกอฮอล์ร้อยละ 50  เมื่อป้อนหรือฉีดเข้าใต้ผิวหนังในขนาด 10 กรัม/กิโลกรัม ไม่เจออาการเป็นพิษในหนูเม้าส์ ซึ่งขนาดที่ใช้ทดลองนี้เป็น 3,333 เท่าของขนาดที่ใช้ในแบบเรียนยา
ข้อเสนอแนะ/ข้อควรระวัง   การเก็บมาใช้ ควรจะเก็บใบและก็รากจากต้นที่มีความสมบูรณ์แข็งแรงได้รับปุ๋ย, แสงอาทิตย์ รวมทั้งน้ำเพียงพอ กล่าวคือใบไม่มีจุดเหลือง มีสีเขียวสดเป็นเงา แล้วก็ควรเลือกเก็บจากต้นที่แก่เกิน 1 ปี หรือมีดอกแล้ว แล้วก็สำหรับคนที่เป็นโรคหัวใจ โรคหืด โรคโลหิตจาง โรคมะเร็งในเลือด โรคความดันโลหิตต่ำ ไม่สมควรรับประทานสมุนไพรทองคำพันชั่ง
เอกสารอ้างอิง

  • นันทวัน บุณยะประภัศร, บรรณาธิการ. 2530. ก้าวไปกับสุมนไพร เล่ม 3 พิมพ์ครั้งที่ 1.กรุงเทพมหานคร:ธรรกมลการพิมพ์.
  • ทองพันชั่ง.บทความเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน.สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล.
  • ทองพันชั่ง.ฐานข้อมูลสมุนไพร.คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี.
  • Wu, T.S., Tien, J.J., Yeh, M.Y., and Lee, K.H. 1988. Isolation and cytotoxicity of rhinacanthin-A and - B, Two napthoquinones from Rhinacanthus nasutus. Phytochemistry 27 (12) : 3787-3788.
  • มาโนช วามานนท์ และเพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ, บรรณาธิการ. 2530. ยาสมุนไพร สำหรับงานสาธารณสุขมูลฐาน พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพมหานคร:โรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก. http://www.disthai.com/
  • ทองพันชั่ง.นิตยสารหมอชาวบ้าน.เล่มที่6.คอลัมน์สมุนไพรน่ารู้.ตุลาคม 2522
  • ภโวทัย พาสนาดสภณ.สารออกฤทธิ์ในสมุนไพร (Active Ingradients in Herbs). คอลัมน์ บทความวิชาการ.วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี.ปีที่ 27 .ฉบับที่1.กันยายน 2558 – กุมภาพันธ์ .2559. หน้า 120-131
  • ทองพันชั่ง.กลุ่มสมุนไพรแก้มะเร็ง.สรรพคุณสมุนไพร 200 ชนิด.โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพฯรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี.
  • โครงการสมุนไพรเพื่อการพึ่งตนเอง. 2531. ทองพันชั่ง : แก้กลาก เกลื้อน สังคัง. ข่าวสารสมุนไพร 32 : 32-35.
  • Wongwanakul, R., Vardhanabhuti, N.,Siripong, P., &Jianmongkol, S. (2013). Effects of rhinacanthin-C on function andexpression ofdrugeffluxtransporters in Caco-2cells. Fitoterapia,89, 80-85.



Tags : ทองพันชั่ง

15

โรคอาร์เอสวี/โรคติดเชื้อทางเดินหายใจอาร์เอสวี[/i] (Respiratory Syncytial virus infection)[/size][/b]
โรคอาร์เอสวี เป็นยังไง โรคอาร์เอสวี หรือโรคไวรัสอาร์เอสวี หรือ โรคติดเชื้อทางเดินหายใจอาร์เอสวี(Respiratory syncytial virus infection ย่อว่า RSV infection) เป็นโรคติดโรคระบบฟุตบาทหายใจที่เกิดขึ้นจากไวรัสชื่อ Respiratory syncytial virus ซึ่งเป็นไวรัสที่ก่อกำเนิดอาการต่างๆในระบบทางเดินหายใจ ทำให้ร่างกายผลิตสารคัดหลั่งมากมาย ยกตัวอย่างเช่น เสลด ฯลฯ เชื้อไวรัสนี้แพร่ไปผ่านการไอหรือจาม โดยคนป่วยมักจะมีลักษณะอาการพื้นฐานคล้ายเป็นหวัดเป็นปวดหัว เป็นไข้ ไอ จาม น้ำมูกไหล
                ในการติดเชื้อโรคไวรัสอาร์เอสวี (RSV, Respiratory Syncytial Virus) จะเจอการต่อว่าดเชื้อได้ตลอดทั้งปี ซึ่งโรคนี้จัดเป็นโรคติดเชื้อโรคทางเดินหายใจด้านล่างในเด็กเล็กที่พบได้บ่อยที่สุดโรคหนึ่ง โดยมีการคาดหมายว่าในเด็กอายุสองขวบทุกคนต้องเคยติดเชื้อโรคจำพวกนี้ขั้นต่ำ 1 ครั้ง  อันที่จริงแล้วเชื้อไวรัส RSV เป็นเชื้อไวรัสที่ทำให้ฟุตบาทหายใจอักเสบในคนเจ็บทุกช่วงอายุ แม้กระนั้นชอบพบได้บ่อยในเด็กเล็ก
                ทั้งนี้ เชื้อไวรัสอาร์เอสวี (Respiratory syncytial virus :RSV) พบทีแรกเมื่อปี ค.ศ 1955(พ.ศ.2498) ในลิงชิมแปนซีที่ป่วยด้วยอาการหวัดทั้งฝูง ทำให้มีชื่อเรียกว่า Chimpanzee Coryza Agent (CCA) ก่อนจุพบว่าสามารถติดต่อไปสู่คนได้ โดยสามารถแยกเชื้อได้จากเด็กเล็กอายุต่ำลงยิ่งกว่า 1 ปีที่มีลักษณะอาการปอดบวมแล้วก็เมื่อต้นปี พุทธศักราช 2553 วารสารแลนเซต อังกฤษ รายงานผลวิจัยเกี่ยวกับเชื้อไวรัส RSV ว่า ทำให้เด็กเป็นปอดอักเสบ หรือปอดอักเสบ เสียชีวิตปีละ 2 แสนราย ซึ่งจำนวนร้อยละ 99 อยู่ในประเทศกำลังปรับปรุง โดยมีเด็กอายุต่ำลงยิ่งกว่า 5 ปีทั่วทั้งโลก ติดเชื้อเชื้อไวรัสดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น 33.8 ล้านคน เชื้อไวรัสอาร์เอสวีเป็นสาเหตุการถึงแก่กรรมของเด็กตัวเล็กๆชั้น 1 เฉพาะในอเมริกาเด็กเสียชีวิตปีละ 2,500 กว่าคน  สำหรับเมืองไทยนั้นมีรายงานว่าเฉพาะปี พุทธศักราช 2552 มีเด็กไทยอายุต่ำกว่า 5 ปี ราว 1 ใน 4 ติดไวรัสจำพวกนี้ รวมกว่า 1 หมื่นราย
ต้นเหตุของโรคอาร์เอสวี  โรคอาร์เอสวี มีต้นเหตุจากเชื้อไวรัส Respiratory Syncytial Virus  (RSV) ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสในสกุล Pneumovirus รวมทั้งอยู่ในสกุล Paramyxoviridae โดยเป็นเชื้อไวรัสที่พบในคน โดยพบได้มากอยู่ในโพรงหลังจมูก และก็จากการเรียนรู้พบว่าไวรัสนี้สามารถก่อโรคได้ในสัตว์หลายหมวดหมู่ ดังเช่นว่า หนู แกะ เป็นต้น  โดยปกติไวรัสอาร์เอสวีแบ่งเป็น 2 ประเภทย่อย(Subtype)หมายถึงชนิด เอ แล้วก็ชนิดบี โดยจำพวกย่อย A, มักมีความรุนแรงสูงขึ้นยิ่งกว่าประเภทย่อย B   เชื้อไวรัสอาร์เอสวี ขณะที่อยู่ภายในคนเจ็บที่มีภูมิคุ้มกันปกติ เชื้อไวรัสนี้สามารถแพร่ขยายสู่คนอื่นได้นานโดยประมาณ 1 สัปดาห์ นับตั้งแต่วันที่ผู้เจ็บป่วยเริ่มมีลักษณะ แม้กระนั้นถ้าเกิดอยู่ในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันขัดขวางโรคต่ำจะแพร่สู่ผู้อื่นได้นานถึง 4 อาทิตย์
ลักษณะโรคอาร์เอสวี  ไวรัส RSV  ชนิดนี้มีระยะฟักตัวราวๆ 1 – 6 วันหลังจากได้รับเชื้อ โดยส่วนมากมักไม่ค่อยแสดงอาการรุนแรงในคนแก่ อาการที่พบในผู้ใหญ่โดยปกติมักคล้ายกับอาการโรคหวัดเป็นปวดศีรษะ เป็นไข้ต่ำ เจ็บคอ ไอแบบไม่มีเสลด มีลักษณะอาการคัดจมูก โดยอาการพวกนี้มักหายได้เองใน 1–2 อาทิตย์  แต่ว่าในผู้เจ็บป่วยที่มีการเสี่ยงจะมีอาการที่ร้ายแรงคือคนป่วยที่มีโรคเรื้อรังเกี่ยวกับหัวใจหรือปอด หรือในคนเจ็บที่มีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำมักนำมาซึ่งอาการรุนแรง ยิ่งไปกว่านี้คนไข้อีกกรุ๊ปที่เจอการติดเชื้อโรคนี้ได้หลายครั้งและมีอาการร้ายแรงคือ เด็กเล็กที่อายุน้อยกว่า 5 ขวบ โดยเฉพาะในทารกจะมีอัตราความเสี่ยงที่จะมีการติดโรคในทางเดินหายใจข้างล่างแล้วก็ทำให้โรคมีความร้ายแรงสูง
ในผู้เจ็บป่วยที่มีอาการร้ายแรงอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีอาการเริ่มต้นเหมือนกันกับอาการติดเชื้อในทางเดินหายใจส่วนบนเป็น มีลักษณะคล้ายหวัดธรรมดา แม้กระนั้นต่อจากนั้น 1–2 วันอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีอาการแสดงของการตำหนิดเชื้อในทางเดินหายใจส่วนล่างได้แก่ มีไข้ ไอร้ายแรง หายใจไม่สะดวกโดยอาจมีอาการหายใจเร็ว หรือมีเสียงวี๊ดขณะหายใจ
ในเด็กตัวเล็กๆซึ่งยังสื่อสารมิได้จะต้องบางครั้งก็อาจจะต้องอาศัยการสังเกตอาการ โดยในทีแรกๆจะมีลักษณะอาการคัดจมูกน้ำมูกไหล ซึมลง และก็รับประทานอาหารได้น้อย จากนั้น 1–3 วัน จะมีลักษณะไอ มีไข้ หายใจลำบาก หายใจตื้น สั้นๆเร็วๆและอาจจะมีเสียงตอนหายใจด้วย ในรายที่อาการร้ายแรงมากอาจมีอาการตัวเขียวหรือภาวะ cyanosis กำเนิดเนื่องจากการขาดออกซิเจนทำให้สีผิวออกม่วงๆโดยมักจะเริ่มมองเห็นจากริมฝีปากหรือที่เล็บ นอกจากนี้แล้วการติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวีบางทีก็อาจจะนำมาซึ่งการก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคอื่นๆที่มักพบเป็น หูชั้นกลางอักเสบ (otitis media) หรือในภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวกับการต่อว่าดเชื้อในทางเดินหายใจส่วนล่างอื่นๆเป็นต้นว่า หลอดลมอักเสบหรือปวดบวมได้

กรุ๊ปบุคคลที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคอาร์เอสวี

  • คนที่มีภูมิคุ้นกันของร่างกายต่ำมาก
  • เด็กคลอดก่อนกำหนดโดยเฉพาะอย่างยิ่งรายที่อายุครรภ์ต่ำกว่า 35 อาทิตย์
  • คนที่มีโรคปอดเรื้อรัง
  • คนที่มีโรคหัวใจ โดยยิ่งไปกว่านั้นจำพวกที่มีความผิดปกติสำหรับเพื่อการไหลเวียนของโลหิต ที่เรียกว่า Cyanotic heart disease
  • คนวัยแก่ที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป
  • เด็กที่น้ำหนักตัวน้อยกว่า 5 กิโล


กระบวนการรักษาโรคอาร์เอสวี โดยธรรมดา หมอวินิจฉัยผู้ป่วยโรคอาร์เอสวีจากลักษณะทางสถานพยาบาล ตัวอย่างเช่น ใช้เครื่องที่ช่วยในการฟัง (Stethoscope) เพื่อฟังเสียงหวีดในระบบทางเดินหายใจ เสียงรูปแบบการทำงานของปอด หรือเสียงแตกต่างจากปกติจากส่วนอื่นๆภายในร่างกาย และก็อาศัยการซักเรื่องราวผู้ป่วยโดยวิเคราะห์จาก อายุคนเจ็บ ประวัติลักษณะของโรค การระบาดในแหล่งที่พักอาศัย การระบาดในสถานที่เรียน เป็นต้น แต่ในบางกรณีถ้าคนไข้มีอาการรุนแรง แพทย์บางทีอาจจำเป็นต้องวินิจฉัยแยกโรคจากการตำหนิดเชื้อไวรัสประเภทอื่น หรือจากการติดเชื้อแบคทีเรีย แพทย์ก็เลยจะมีการตรวจสืบค้นเพิ่มอีก อาทิเช่น

  • วัดความอิ่มตัวของออกสิเจนในเลือด (Pulse Oximetry) เพื่อสำรวจระดับออกซิเจน
  • ตรวจจำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาว ตรวจหาไวรัส แบคทีเรีย หรือสิ่งเจือปนอื่นๆ
  • เอกซ์เรย์หน้าอก เพื่อตรวจหาโรคปอดบวม
  • ตรวจหาเชื้อไวรัสจากสารคัดหลั่งในจมูก


ในปัจจุบันบางโรงพยาบาลอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีการตรวจรับรองหาเชื้อด้วยวิธี RSV Rapid Ag-detection test ซึ่งสำเร็จการทดสอบด้านในไม่กี่ชั่วโมง   เนื่องจากว่าโรค อาร์เอสวี เป็นโรคติดโรคที่เกิดขึ้นมาจากเชื้อไวรัสก็เลยทำให้ไม่มียารักษาอาการโดยยิ่งไปกว่านั้น ฉะนั้นการดูแลและรักษาจึงเป็นการรักษาตามอาการ อย่างเช่น การให้ยาลดไข้ ยาขยายหลอดลม เป็นต้น ส่วนในรายที่เริ่มมีอาการร้ายแรง อย่างเช่น อ่อนเพลีย หอบ มีค่าออกซิเจนในเลือดลดลง อาจมีการให้ยาพ่นขยายหลอดลม ร่วมกับการให้ออกซิเจน ในรายที่มีลักษณะร้ายแรงมาก บางครั้งก็อาจจะควรมีการใส่ท่อช่วยหายใจหรือใช้เครื่องที่ใช้สำหรับในการช่วยหายใจ นอกเหนือจากนั้นบางทีก็อาจจะควรจะมีการให้สารน้ำทดแทนเพื่อคุ้มครองภาวการณ์ขาดน้ำโดยเฉพาะในเด็ก ในรายที่มีภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้ออื่นๆชอบได้รับยาฆ่าเชื้ออื่นๆที่สมควรตามอาการ
การติดต่อของโรคอาร์เอสวี การติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวีเกิดขึ้นจากการติดต่อผ่านทางสารคัดหลั่งจากทางเท้าหายใจยกตัวอย่างเช่น น้ำมูก น้ำลาย เสมหะ ฯลฯ รวมทั้งไวรัสประเภทนี้สามารถทนอยู่นอกร่างกายได้หลายชั่วโมง โดยเหตุนี้นอกเหนือจากการได้รับเชื้อผ่านการไอจามใส่กันแล้ว ยังสามารถติดต่อได้จากการสัมผัสสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัสแล้วนำเข้าสู่ร่างกายผ่านทางจมูก ปากรวมทั้งเยื่อบุดวงตาได้ ภายหลังการได้รับเชื้อผู้ป่วยสามารถแพร่ระบาดเชื้อได้ตั้งแต่หลังติดเชื้อ 2–3 วันไปจนกระทั่ง 2–3 สัปดาห์ เพราะฉะนั้นในคนป่วยที่เริ่มมีลักษณะอาการแสดงควรลดการแพร่ไปเชื้อไปยังผู้อื่นโดยการใส่ผ้าปิดปาก ส่วนคนที่จำเป็นต้องคลุกคลี่กับผู้เจ็บป่วยก็จะต้องหมั่นล้างมือบ่อยๆรวมถึงใส่หน้ากากอนามัยทุกคราวเช่นเดียวกัน

การกระทำตนเมื่อมีอาการป่วยเป็นโรค อาร์เอสวี

  • พักผ่อนให้เต็มกำลัง หยุดงาน หยุดโรงเรียน กระทั่งไข้จะลงธรรมดาแล้ว 48 ชั่วโมง
  • ล้างมือเสมอๆแล้วก็ทุกครั้งก่อนอาหารและก็ข้างหลังเข้าห้องน้ำภ
  • แยกเครื่องใช้สอยต่างๆจากคนในบ้าน
  • ไม่ไปในที่แออัดคับแคบ/ที่ชุมชน
  • รู้จักใช้หน้ากากอนามัย
  • รับประทานอาหารเป็นประโยชน์ครบทั้งยัง 5 หมู่
  • กรณีที่พบหมอแล้ว ให้รับประทานยาต่างๆที่หมอสั่งให้ครบถ้วนบริบูรณ์
  • กินน้ำมากๆเพราะน้ำจะช่วยให้สารคัดหลัง ดังเช่น เสมหะ หรือน้ำมูก ไม่เหนียวกระทั่งเหลือเกิน และไม่ไปกีดกั้นแนวทางการทำงานของระบบฟุตบาทหายใจ
  • นั่งหรือนอนในตำแหน่งที่หายใจได้สบาย อาทิเช่น นั่งตัวตรง ไม่ห่อตัว ใช้หมอนที่ไม่นุ่มหรือแข็งเหลือเกิน
  • ใช้ยาหยอดจมูก เพื่อช่วยลดอาการบวมของจมูก อาจล้างจมูกด้วยน้ำเกลือและก็ดูดน้ำมูกเพื่อทำให้ทางเท้าหายใจเตียนโล่งขึ้น
  • ถ้าเกิดอาการต่างๆต่ำทรามลง ให้รีบไปโรงหมอ อาทิเช่น ไข้สูงมากขึ้น ไอเยอะขึ้น มีเสมหะมากขึ้นเรื่อยๆ เสมหะกลายเป็นสีอื่น อย่างเช่น เขียว น้ำตาล เทา


การปกป้องตัวเองจากโรคอาร์เอสวี ด้วยเหตุว่าในประเทศไทยยังไม่มีวัคซีนปกป้องเชื้อไวรัส RSV จึงทำให้มีการเสี่ยงที่จะติดเชื้อโรคไวรัสในช่วงที่แพร่ระบาดได้มาก ก็เลยควรมีการปกป้องคุ้มครองตนเองดังนี้

  • ล้างมือให้สะอาด ล้างมือบ่อยๆดังเช่นว่า ก่อนมื้อของกิน ข้างหลังเข้าส้วม ฯลฯ
  • ชำระล้างบ้านอยู่เสมอ เพื่อลดการแพร่ไปของเชื้อ โดยเฉพาะทิชชูที่ใช้แล้ว ควรทิ้งลงถังสำหรับใส่ขยะที่ปิดมิดชิด
  • ไม่สมควรใช้แก้วน้ำร่วมกับคนอื่นๆ ควรจะใช้แก้วน้ำของตน และหลีกเลี่ยงการใช้ถ้วยน้ำที่ผู้ป่วยใช้แล้ว
  • ไม่ควรอยู่ใกล้ชิดกับผู้เจ็บป่วยที่เป็นหวัด โดยเฉพาะสถานศึกษา หรือในที่ชุมชนที่มีคนหนาแน่น ในช่วงระบาดของโรค
  • เมื่อจำเป็นต้องอยู่กลางอากาศที่หนาวเย็น ควรจะทำให้ร่างกายอบอุ่นอยู่เป็นประจำ


สมุนไพรที่ช่วยคุ้มครอง/รักษาโรคอาร์เอสวี เพราะโรคอาร์เอสวี เป็นโรคที่เกิดขึ้นจากเชื้อไวรัสและสามารถติดต่อได้ทางสารคัดหลั่งของร่างกายโดยการ ไอ จาม รดกัน ซึ่งจะมีการฟุ้งกระจายของละอองน้ำมูก น้ำลายของคนเจ็บซึ่งหากผู้ที่อยู่สนิทสนม สูดเอาละอองนั้นไปก็จะมีการต่อเนื่องกันรวมทั้งการสัมผัสสารคัดเลือกหลั่งต่างๆที่แปดเปื้อนในข้าวของต่างๆของผู้ป่วยด้วย ซึ่งเป็นโรคที่มีมูลเหตุ,อาการ รวมทั้งการติดต่อคล้ายกับโรคหวัดมากมาย ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นโรคในระบบทางเท้าหายใจแบบเดียวกันอีกด้วย ด้วยเหตุนั้นสมุนไพรที่จะช่วยปกป้อง/รักษาโรคอาร์เอสวีนั้น ก็เลยเป็นสมุนไพรชนิดเดียวกันกับโรคไข้หวัด (อ่านหัวข้อสมุนไพรที่ช่วยคุ้มครอง/รักษาโรคหวัดในเรื่องโรคหวัด)
เอกสารอ้างอิง

  • อาจารย์ ดร.ภก.ปิยทิพย์ ขันตยาภรณ์.บทความเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน.ไวรัสร้ายของลูกน้อย.โรคอาร์เอสวี (RSV).ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล.
  • ดร.นพ.นพพร อภิวัฒนากุล.ไวรัส RSV เชื้ออันตรายที่คล้ายไข้หวัด. Rama Channal. ภาควิชากุมรเวชศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล. http://www.disthai.com/
  • Dawson-Caswell,M., and Muncle, JR, H. Am Fam Physician.2011;83(2):141-146
  • Mayo Foundation for Medical Education and Research. Respiratory syncytial virus (RSV). [Accessed on July 2016]
  • ไวรัสRSV-อาการ,สาเหตุ,การรักษา.พบแพทย์.
  • Krilov L.R. Respiratory Syncytial Virus Infection. [Accessed on July 2016]
  • Falsey,A. et al. NEJM.2005;352(17): 1749-1762



Tags : โรคอาร์เอสวี/โรคติดเชื้อทางเดินหายใจอาร์เอสวี,โรคอาร์เอสวี/โรคติดเชื้อทางเดินหายใจอาร์เอสวี,

หน้า: [1] 2