ผู้เขียน หัวข้อ: รีวิวสายสัญญาณเสียง 6 วิธีตรวจสอบคุณภาพสาย audio cable คลิกเลย  (อ่าน 8 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

07-10-2018 , 11:24:31
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 24229
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

6 แนวทางพิจารณาประสิทธิภาพสายสัญญาณเสียง
สายสัญญาณเสียง เป็นเครื่องใช้ไม้สอยสำหรับใช้เพื่อเชื่อมต่อเครื่องเสียงกับวัสดุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆโดยสายนี้จะเป็นตัวนำเสียงจากเครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ให้มาแสดงออกในเครื่องเสียง ช่วยทำให้สามารถเล่นไฟล์เสียงด้วยเสียงที่ดังขึ้นได้
ปัจจุบัน พวกเราสามารถหาซื้อสายสัญญาณเสียงได้ทั่วไปตามร้านจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้วก็เครื่องใช้ไม้สอยอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆมีสินค้าหลายรุ่น หลายแบรนด์ให้พวกเราได้เลือกซื้อกัน ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อสายสัญญาณเสียงบนท้องตลาดมีอยู่หลายรุ่น หลายยี่ห้อ ทำให้ท่านภาพของผลิตภัณฑ์มีความแตกต่างกันด้วย ถ้าหากว่าพวกเราได้สายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีมาใช้ก็ดีไป แม้กระนั้นถ้าเกิดเราเผลอไปซื้อสาย audio cable ที่มิได้ประสิทธิภาพมาใช้งานเข้า ก็จะต้องเจอกับปัญหาระหว่างใช้งานหลายประการ ทั้งเสียงไม่ออก ประสิทธิภาพเสียงไม่ดี มีอายุการใช้แรงงานสั้น ใช้ไปได้เล็กน้อยก็เสียแล้ว ทั้งสายสัญญาณเสียงนั้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่อาจประเมินประสิทธิภาพด้วยราคาได้ เนื่องจากไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ราคาไม่แพงหรือสินค้าราคาแพง ต่างก็มีอีกทั้งคุณภาพดี คุณภาพไม่ดี แล้วก็ปัญหาในตนเองปะปนกันไป ฉะนั้น พวกเราจึงจำเป็นจะต้องมีวิธีการพื้นฐานสำหรับพิจารณาคุณภาพสายสัญญาณเสียง เพื่อสามารถซื้อสินค้าที่มีคุณภาพมาใช้งานได้ต่อไป
.

.
การวิเคราะห์ประสิทธิภาพ สายสัญญาณเสียง เราสามารถทำเป็น 6 แนวทางดังต่อไปนี้
1. วิเคราะห์ความแข็งแรง-ความอ่อนของสาย ข้อนี้เป็นอย่างแรกที่เราสามารถสำรวจด้วยตนเองได้ รวมทั้งควรเช็คเป็นสิ่งแรก เนื่องมาจากสายสัญญาณเสียงในตอนนี้มีการผลิตสายออกมาให้มีความแข็งรวมทั้งความอ่อนไม่เท่ากัน โดยปกติ สายสัญญาณเสียงที่แพงถูกชอบมีสายค่อนข้างจะแข็ง ในขณะสายสัญญาณเสียงราคาแพงๆชอบมีสายอ่อน คำแนะนำเป็น ไม่สมควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่แข็งเกินความจำเป็น เนื่องจากจะไม่สามารถที่จะพับสายได้ ถ้าเกิดพับ ม้วนเก็บสายย่อมสร้างปัญหา ในขณะเดียวกันก็ไม่ควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่อ่อนเหลือเกิน เพราะเหตุว่ายิ่งอ่อนนิ่มมากมาย สายก็จะยิ่งเปราะบาง เมื่อเอาไปใช้งานเป็นประจำย่อมมีการเสี่ยงสูงที่สายจะขาด หรือหักพับได้อย่างง่ายดายสายสัญญาณเสียงที่เยี่ยมที่สุด ควรเป็นสายที่อ่อนพอจะสามารถพับได้อย่างไม่เกิดการเสียหาย แต่ว่าในเวลาเดียวกันก็มีความแข็งแรงพอที่จะใช้งานได้อย่างไม่มีการฉีกจนขาด ถ้าเราพบว่าสายสัญญาณเสียงใดมีลักษณะแบบนี้ สามารถซื้อมาไว้ใช้งานได้เลย
2. วิเคราะห์สิ่งของที่ใช้เพื่อทำหัวสายว่าคืออะไร สายสัญญาณเสียงที่ผลิตออกมาขายในตอนนี้นั้น มีการใช้โลหะอยู่ 2 ชนิดใหญ่ๆสำหรับการทำหัวสาย ตัวอย่างเช่น ทองสัมฤทธิ์ รวมทั้งอลูมินัม ขอเสนอแนะว่าควรเลือกใช้สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นทองเหลืองจะดีมากกว่า เพราะว่าเป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ดียิ่งไปกว่าอลูมินัม ไม่ค่อยมีปัญหาเสียงขาดเสียงหาย แม้จะทิ่มสายไม่แน่นก็ตาม ขณะที่อลูมินัม เป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ไม่ดีนัก หากเสียบไม่แน่นจะไม่สามารถนำสัญญาณเสียงได้ นอกจากนี้ ทองบรอนซ์ยังเป็นโลหะที่มีความคงทนสูง แก่การใช้แรงงานยาวนาน ไม่ค่อยเจอปัญหาประเด็นการหัก หรือการโค้งงอผิดแบบ ในขณะที่สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นอลูมิเนียมนั้นจำเป็นต้องใช้งานอย่างระมัดระวัง ถ้าไม่ถนอมกล่อมเกลี้ยง หัวสายจะหักหรือโค้งงอได้ง่ายในเวลาอันเร็ว
3. ตรวจสอบการยึดระหว่างหัวสายกับสายไฟว่าเป็นยังไง มีการเชื่อมต่ออย่างสนิทดีไหม โดยปกติสายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีจะยึดจุดเชื่อมต่อระหว่างสายไฟกับหัวเสียบได้อย่างสนิท ตอนที่สายสัญญาณเสียงคุณภาพแย่มักยึดท่อนหัวสายกับสายไฟได้ไม่แน่น บางรุ่นทำเพียงแค่เอาสายสอดเข้าไปในหัวแบบไม่ได้ยึด สิ่งที่จะตามมาเมื่อใช้งานไปได้สักระยะ ก็คือ สายไฟหลุดออกมาจากอารมณ์เสียบ และก็ถ้าเกิดสายสัญญาณเสียงใดมีปัญหานี้ขึ้นมาย่อมไม่สามารถที่จะซ่อมแซมได้ ต้องทิ้งสิ่งเดียว ฉะนั้นสำหรับการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง เราก็เลยจำเป็นต้องตรวจสอบจุดเชื่อมต่อระหว่างหัวเสียบกับสายไฟด้วย
4. วิเคราะห์ความยาวของโลหะหัวเสียบว่ามีความสั้นยาวเพียงใด โดย สายสัญญาณเสียงที่ดี ต้องมีความยาวระหว่างโลหะหัวเสียบอยู่ที่ 2-5 เซนติเมตร เพราะว่าเป็นความยาวที่สมควรสำหรับเพื่อการแทงเข้ากับเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆได้โดยไม่มีการคลอนหรือหลวม ทั้งยังทิ่มได้สนิท ไม่มีโลหะหัวเสียบโผล่พ้นขึ้นมา หากเป็นสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวของโลหะอารมณ์เสียบสั้นเกินไป จะไม่อาจจะแทงกับวัสดุอุปกรณ์ได้ เกิดปัญหาเสียงไม่ออก หรือเสียงมาเป็นตอนๆจะต้องรอพยุงไว้ ส่วนถ้าโลหะที่หัวทิ่มมีความยาวมากจนเกินความจำเป็น เมื่อแทงกับวัสดุอุปกรณ์จะทำให้มีโลหะนิดหน่อยโผล่ขึ้นมา ถ้าเกิดเผลอไปชนเข้าอาจจะส่งผลให้สายมีการหักได้
5. ตรวจสอบความยาวของสายไฟว่ามีมากมายน้อยเท่าใด ข้อนี้ถึงจะมิได้มีผลต่อประสิทธิภาพการใช้งานโดยตรง แม้กระนั้นก็สำคัญ เนื่องจากว่าการซื้อสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวพอเพียงต่อการใช้แรงงาน จะช่วยให้สามารถต่อเครื่องใช้ไม้สอยอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างสะดวก ไม่กำเนิดปัญหาสายตึงรั้งเกินความจำเป็นจนถึงเสี่ยงต่อการหัก หรือหย่อนยานเหลือเกินกระทั่งเกิดความรู้สึกเกะกะ ซึ่งความยาวที่สมควรของสายไฟขึ้นอยู่กับการใช้งานของพวกเราว่าเป็นอย่างไร ถ้าเป็นสายสัญญาณเสียงสำหรับเสียบเครื่องมือเครื่องเสียงในรถ หรือลำโพงทั่วไป จะต้องมีความยาวอยู่ที่ 30-60 เซนติเมตร ส่วนถ้าเกิดเป็นสานสำหรับต่อลำโพงขนาดใหญ่ จำเป็นต้องลากสายยาวๆก็ควรมีความยาวตั้งแต่ 1 เมตรขึ้นไป
6. ตรวจตรายี่ห้อของสาย ส่วนยี่ห้อนี้ก็นับว่ามีความสำคัญไม่แพ้กันสำหรับเพื่อการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง โดยควรที่จะทำการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียงที่สร้างขึ้นโดยยี่ห้ออันเป็นที่รู้จัก เลี่ยงผลิตภัณฑ์จากยี่ห้อแปลกๆหรือสินค้าโนเนม เพราะว่ามักจะเป็นสินค้าที่ไม่ได้ประสิทธิภาพ ได้โอกาสพังเสียหายได้ง่าย
วิธีสำหรับการเลือกซื้อ สายสัญญาณเสียง ให้ได้ประสิทธิภาพนับว่าเป็นเรื่องที่เราจะต้องให้ความสำคัญ เพื่อให้การเชื่อมต่อเครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์กับเครื่องเสียงสามารถำได้อย่างมีคุณภาพ ได้การเล่นเสียงที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง
เครดิตบทความ
บทความสายสัญญาณเสียง ราคา : https://www.dotlife.store/cable/audio-cable.html, dotlife
รีวิวสายสัญญาณเสียงจาก Pantip: www.pantip.com

Tags : สายสัญญาณเสียง,สายสัญญาณเสียง ราคา,สาย audio cable